สอบใบขับขี่ออนไลน์ได้ไหม? ทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง

ข้ามไปหน้าหลัก
ประกันภัยรถยนต์

ทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง สอบใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้จริงไหม? รวมขั้นตอนเตรียมตัว และเรื่องประกันรถยนต์สำหรับมือใหม่

09/2026
รวมวิธีเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทาง ตั้งแต่เช็กสภาพรถ อุปกรณ์ฉุกเฉิน เอกสารสำคัญ เช็กประกันรถยนต์ ไปจนถึงการเตรียมตัวต่อประกันรถยนต์

 

ก่อนเริ่มขับขี่รถยนต์หรือจักรยานยนต์ สิ่งแรกที่ต้องมีก็คือ ใบขับขี่ หรือใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ตามกฎหมาย ปัจจุบันหลายขั้นตอนเกี่ยวกับการทำใบขับขี่สามารถค้นหาข้อมูล จองคิว หรือดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงทำให้คำว่า สอบใบขับขี่ออนไลน์ เป็นหนึ่งในคำค้นหาที่คนกำลังเตรียมสอบให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม การสอบใบขับขี่ใหม่ไม่ได้หมายความว่าสามารถสอบทุกขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด บทความนี้ชับบ์เลยรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่คุณสมบัติ การเตรียมตัว ขั้นตอนสอบใบขับขี่ อบรมใบขับขี่ และการฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ไปจนถึงเรื่อง พ.ร.บ. และประกันรถยนต์สำหรับมือใหม่ เพื่อให้คนที่กำลังทำใบขับขี่เตรียมตัวได้ครบมากขึ้น

 

 

สอบใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้จริงไหม? รวมคำตอบสำหรับคนทำใบขับขี่ครั้งแรก

 

การทำใบขับขี่ “ครั้งแรก” ไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด แต่บางขั้นตอนสามารถทำหรือเตรียมตัวผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เพราะยังมีขั้นตอนที่ต้องไปดำเนินการและทดสอบที่สำนักงานขนส่งตามที่กำหนด แต่บางขั้นตอนสามารถเตรียมตัวหรือดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ จึงควรแยกให้ชัดว่าแต่ละขั้นตอนทำออนไลน์ได้หรือไม่

 

●    ทำใบขับขี่ครั้งแรก อบรมออนไลน์ได้ไหม? การขอใบขับขี่ครั้งแรก ไม่สามารถอบรมออนไลน์ได้ ต้องเดินทางไปอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น จากระเบียบที่ระบุว่า ผู้ขอใบขับขี่ครั้งแรก ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

 

●   ทำใบขับขี่ครั้งแรก จองคิวออนไลน์ได้ไหม? สามารถจองคิวล่วงหน้าได้ ผ่านระบบ DLT Smart Queue ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก ช่วยให้สามารถวางแผนวันและเวลาที่จะเข้ารับบริการได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากไม่สะดวกจองคิวยังสามารถ Walk-in ไปที่สำนักงานขนส่งได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะคิว Walk-in มีจำนวนจำกัดต่อวันและเต็มเร็ว

 

 

คุณสมบัติของผู้ที่สามารถทำใบขับขี่

 

ก่อนจะไปดูว่าการสอบใบขับขี่ ต้องทำอย่างไร มาสำรวจกันก่อนว่าคุณสมบัติตามที่กำหนดนั้นมีอะไรบ้าง

●   ผู้ทำใบขับขี่รถยนต์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

●   ผู้ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี

●   ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

●   ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ

●   ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

●   ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

 

 

การเตรียมตัวฝึกขับรถ เพื่อทำใบขับขี่ใหม่

สามารถเลือกได้ 2 วิธี คือ

1. โรงเรียนสอนขับรถ

สามารถฝึกหัดขับรถยนต์กับผู้ฝึกสอนประจำโรงเรียนสอนขับรถ โดยสามารถเรียนรู้ทั้งภาคปฏิบัติ ภาคทฤษฎี และเตรียมตัวสอบใบขับขี่กับโรงเรียนได้เลย จากนั้นจะได้รับใบรับรองเพื่อนำไปยื่นทำใบขับขี่กับสำนักงานขนส่งทางบก โดยปัจจุบันมีโรงเรียนสอนขับรถมากมายที่เปิดให้บริการ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบค่าเรียน ตารางเรียน และความน่าเชื่อถือของแต่ละสถาบันก่อนตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโรงเรียนสอนขับรถที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปตามมาตรฐาน ดูรายชื่อได้ที่นี่ รายชื่อโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง

 

2. ฝึกหัดขับรถด้วยตัวเอง

ในอีกทางเลือกหนึ่ง คือ การฝึกหัดขับรถด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเข้าอบรม ทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่สำนักงานขนส่งทางบกโดยตรง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโรงเรียนสอนขับรถ ทั้งนี้ แนะนำให้ฝึกหัดขับรถโดยมีผู้ที่ขับรถเป็นคอยดูแลแนะนำ และควรเลือกพื้นที่โล่ง ไม่มีการจราจรหรือสิ่งกีดขวาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุขณะฝึกหัดขับ

 

 

ขั้นตอนการสอบใบขับขี่ครั้งแรก

 

สำหรับผู้ที่ฝึกขับรถด้วยตนเองและต้องการสอบใบขับขี่ มีขั้นตอน ดังนี้

 

1. จองคิวทำใบขับขี่ผ่าน DLT Smart Queue

ผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่สามารถตรวจสอบและจองคิวผ่านระบบ DLT Smart Queue ของกรมการขนส่งทางบกได้ล่วงหน้า เพื่ออำนวขความสะดวกไม่ต้องไปรอลุ้นคิว Walk-in โดยหลังสมัครเข้าใช้งาน ให้เปิดแอปในหน้าแรก > เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการ และเข้าสู่เมนู “งานใบอนุญาต” > “งานใบอนุญาตส่วนบุคคล” > “ทำใบอนุญาตขับขี่ใหม่” จากนั้นให้เลือกวันและเวลาที่สะดวกเข้าสอบก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

2. เตรียมเอกสารที่จำเป็น

เอกสารจำเป็นที่ใช้สำหรับทำใบขับขี่นั้นมี 2 อย่าง ได้แก่

●   บัตรประชาชน (ตัวจริง)

●   ใบรับรองแพทย์สำหรับทำใบขับขี่ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)

 

3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เมื่อไปถึงกรมการขนส่งทางบก อันดับแรกต้องทำการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่

●   ทดสอบสายตาบอดสี

●   ทดสอบสายตาทางลึก

●   ทดสอบสายตาทางกว้าง

●  ทดสอบปฏิกิริยาเท้า

 

4.  อบรมใบขับขี่ 5 ชั่วโมง

ผู้ขอรับใบขับขี่ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยเนื้อหา อบรมใบขับขี่ ครอบคลุมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนน เช่น กฎหมายการจราจร จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ รวมถึงการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการช่วยเหลือเบื้องต้น

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า สำหรับผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่ครั้งแรก (รวมถึงผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี) ไม่สามารถอบรมใบขับขี่ออนไลน์ได้ จะต้องเข้ารับการอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น โดยต้องเข้ารับการอบรมเป็นเวลาทั้งหมด 5 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า (9.30 – 12.00 น.) และช่วงบ่าย (13.00 – 15.30 น.) จะมีการบันทึกเวลาเข้า-ออกโดยใช้ชิปในบัตรประชาชน

ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วย

●   กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่รถยนต์

●   จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ

●   ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การให้ความช่วยเหลือ และการปฐมพยาบาล

 

5. ทดสอบภาคทฤษฎี 50 ข้อ

หลังอบรมครบตามกำหนด ต่อมาคือการเข้าทดสอบข้อเขียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Exam) ซึ่งเป็นข้อสอบปรนัย ทั้งหมด 50 ข้อ โดยต้องผ่านเกณฑ์ 90% หรือได้คะแนนสอบใบขับขี่อย่างน้อย 45 คะแนน

สอบใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้ไหม? จริง ๆ แล้วการสอบใบขับขี่ไม่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ทุกกรณี แต่ผู้ที่กำลังจะต้องสอบ สามารถใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสำหรับฝึกทำข้อสอบแบบออนไลน์เพื่อเตรียมตัวก่อนได้

 

6. ทดสอบภาคปฏิบัติ

ต่อมา ในการสอบใบขับขี่รถยนต์ภาคปฏิบัติ ต้องเข้ารับการทดสอบขับรถตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมี 3 ท่าหลัก คือ

●   ท่าขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

●   ท่าขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

●   ท่าขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย (ถอยรถเข้าซอง)

ศึกษาทดสอบขับรถเพิ่มเติมได้ที่ การสอบภาคปฏิบัติ ทดสอบขับรถ สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว (ขอใหม่)

 

7. ชำระเงินและถ่ายรูปเพื่อรับบัตร

เมื่อผ่านการสอบทุกขั้นตอนแล้ว ต่อมาคือการชำระเงินและถ่ายรูปเพื่อทำใบขับขี่ โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด ดังนี้

●   ค่าทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท

●   ค่าทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท

●   ค่าคำขอ 5 บาท

 

ทั้งนี้ ควรคำนึงเอาไว้ว่า การทำใบขับขี่ใหม่ที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกจะใช้เวลา 2 วัน โดยวันแรกเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรม และสอบภาคทฤษฎี ส่วนวันที่สองจะเป็นการสอบภาคปฏิบัติและทำใบขับขี่ สุดท้ายนี้ ใบขับขี่ใหม่ที่ได้รับจะเป็นใบขับขี่ชั่วคราว อายุ 2 ปี หลังจากถือครองครบ สามารถเปลี่ยนเป็นแบบ 5 ปีได้

 

 

แนะนำแอปติว สอบใบขับขี่ออนไลน์

 

ใครที่ต้องการศึกษาและฝึกทดสอบทำใบขับขี่ด้วยตัวเอง สามารถใช้แอปต่าง ๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนสอบจริงได้ โดยมีแอปพลิเคชันแนะนำ ดังนี้

 

●   DLT Smart Service

แอปพลิเคชันทางการจากกรมการขนส่งทางบก ที่ออกแบบมาเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลบริการและข่าวสารจากกรมฯ โดยมีทั้งแนวข้อสอบใบขับขี่ เนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายจราจรและความรู้ทั่วไปแบบครบถ้วน รวมถึงการทดสอบการทำข้อสอบใบอนุญาตขับรถ (Pre-Test) ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดได้เฉพาะระบบ iOS เท่านั้น หรือศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ขับขี่ปลอดภัย by dlt

 

●   สอบใบขับขี่ - Driving License

แอปพลิเคชันที่มีทั้งข้อสอบรถยนต์และจักรยานยนต์ พร้อมคลิปแสดงการสอบภาคปฏิบัติ มีเนื้อหาให้ศึกษาทั้งหมด 5 หมวด ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยรถยนต์และจักรยานยนต์ จราจรทางบก เครื่องหมายจราจร มารยาทและจิตสำนึก และหมวดการบำรุงรักษารถยนต์ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOSและ Android

 

●   ทายป้ายจราจร

แอปพลิเคชันสำหรับฝึกทำข้อสอบในหมวดป้ายและสัญญาณจราจรโดยเฉพาะ โดยมีการสุ่มป้ายจราจรเพื่อให้ทายชื่อ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับป้ายจราจรต่าง ๆ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android

การเตรียมตัวสอบใบขับขี่นั้นต้องอาศัยทั้งความรู้และการฝึกฝน ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและฝึกฝนภาคปฏิบัติ เพื่อสร้างความมั่นใจในการสอบ นอกจากนี้ การเรียนรู้กฎจราจรและป้ายต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยให้สอบผ่านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยบนท้องถนนจริงอีกด้วย

 

 

หลังสอบใบขับขี่ผ่านแล้ว มือใหม่ควรรู้อะไรเกี่ยวกับรถ?

เมื่อสอบผ่าน และเริ่มมีรถเป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ควรทำความเข้าใจต่อคือเรื่อง พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่

 

พ.ร.บ. ต่างจาก ประกันรถยนต์ อย่างไร?

พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกายตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วน ประกันรถยนต์ เป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่เลือกทำเพิ่มเติมได้ โดยรายละเอียดความคุ้มครองจะแตกต่างกันตามประเภทและแผนประกัน เช่น ความเสียหายต่อตัวรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงความคุ้มครองอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

 

ดังนั้น พ.ร.บ. กับ ประกันรถยนต์ จึงไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน และการมี พ.ร.บ. ไม่ได้หมายความว่าจะมีความคุ้มครองความเสียหายของรถในลักษณะเดียวกับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

 

 

มือใหม่ควรเลือก ประกันรถยนต์ อย่างไร?

 

สำหรับคนที่เพิ่งมีใบขับขี่หรือกำลังจะซื้อรถคันแรก การเลือก ประกันรถยนต์สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหาว่าแผนไหนดีที่สุด แต่ควรเริ่มจากการดูว่าเราใช้รถอย่างไรและต้องการความคุ้มครองด้านไหน

 

1. รถใหม่หรือรถเก่า

อายุและมูลค่าของรถเป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณา รถใหม่หรือรถที่มีมูลค่าสูงอาจต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ขณะที่รถเก่าหรือรถที่มีมูลค่าลดลงอาจพิจารณาแผนอื่นที่เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

 

2. ดูความคุ้มครองให้เหมาะกับการใช้งาน

เริ่มจากดูว่าประกันแต่ละประเภทให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง และเหมาะกับลักษณะการใช้รถของเราหรือไม่ เช่น ใช้รถทุกวัน เดินทางไกลเป็นประจำ จอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม สำหรับมือใหม่ ไม่ควรดูเฉพาะค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย แต่ควรพิจารณาความคุ้มครองที่ได้รับควบคู่กัน เพื่อให้รู้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ประกันจะช่วยดูแลในส่วนใดบ้าง

 

3. ต้องการความคุ้มครองด้านใด

ก่อนเลือกประกันรถยนต์ ควรดูว่าต้องการให้ประกันช่วยดูแลความเสียหายในส่วนใดบ้าง เช่น ความเสียหายต่อตัวรถ ความรับผิดต่อคู่กรณี หรือความคุ้มครองอื่น ๆ โดยประกันรถยนต์แต่ละประเภทจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน

 

4. เลือกประเภทการซ่อมให้เหมาะกับรถ

อีกเรื่องที่ควรเช็กคือรูปแบบการซ่อม เพราะประกันรถยนต์อาจมีทั้งการซ่อมอู่และซ่อมห้าง ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขแตกต่างกัน หากยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ซ่อมอู่และซ่อมห้าง ต่างกันอย่างไร เพื่อเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละรูปแบบก่อนตัดสินใจ

 

5. งบประมาณที่ต้องการจ่ายต่อปี

ควรกำหนดงบประมาณที่สามารถจ่ายได้ และนำมาเปรียบเทียบกับระดับความคุ้มครองที่ต้องการ ไม่ควรดูเฉพาะค่าเบี้ยประกัน แต่ควรพิจารณาความคุ้มครองและเงื่อนไขประกอบกันด้วย

 

 

 

มือใหม่ควรรู้จักประกันรถยนต์แบบไหนบ้าง?

 

สำหรับมือใหม่ที่กำลังศึกษาประกันภัยรถยนต์ สามารถเริ่มต้นทำความเข้าใจจากประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 และประเภท 5 ซึ่งมีรูปแบบความคุ้มครอง เช่น 2+ และ 3+ โดยแต่ละประเภทมีขอบเขตความคุ้มครองและเงื่อนไขแตกต่าง

 

ชับบ์มีแผน ประกันรถยนต์ ให้เลือกสำหรับผู้ใช้รถในลักษณะที่แตกต่างกัน รวมถึงผู้ขับขี่มือใหม่และผู้ที่กำลังมองหาความคุ้มครองสำหรับรถคันแรกอย่าง ประกันรถยนต์ ชั้น 1 Chubb Smart Driveคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลในรถ รวมถึงกรณีถูกโจรกรรม ตอบโจทย์ความคุ้มค่า และ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 JustOne เบี้ยประกันซ่อมอู่และซ่อมห้างในราคาที่จับต้องได้ สำหรับคนรักรถ อุ่นใจทุกเส้นทาง ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองจำนวนเงินจำกัดความรับผิด ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

 

สรุป สอบใบขับขี่แล้ว อย่าลืมเตรียมพร้อมความคุ้มครองให้กับรถ

 

การเตรียมตัวสอบใบขับขี่ไม่ได้มีเพียงการอ่านหนังสือหรือฝึกทำข้อสอบเท่านั้น แต่ควรทำความเข้าใจกฎจราจร ฝึกทักษะการขับรถ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใช้งานจริงบนท้องถนน

หลังจากสอบผ่านและเริ่มมีรถเป็นของตัวเองแล้ว ควรทำความเข้าใจเรื่อง พ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ รวมถึงพิจารณาประกันรถยนต์เพิ่มเติมตามลักษณะการใช้รถ โดยอาจพิจารณาจากประเภทรถ ความถี่ในการขับขี่ เส้นทาง งบประมาณ และระดับความคุ้มครองที่ต้องการ

 

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหา ประกันรถยนต์ สามารถศึกษา แผนประกันภัยรถยนต์จากชับบ์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากชับบ์ เราพร้อมดูแลคุณด้วยประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ สนใจแผนประกันภัยรถยนต์ สามารถคลิก Add Line เพื่อแชทกับเจ้าหน้าที่โดยตรง หรือ โทร. 1758 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทน นายหน้า หรือ สาขาของบริษัทฯ

 

 

หมายเหตุ

1. ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

2. รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2/4 อาคารชับบ์ ชั้นที่ 12 โครงการนอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

3. เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

สนใจทำประกันรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Drive
เพื่อประโยชน์สูงสุด และเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ใช่ตามความต้องการ ท่านสามารถตรวจสอบทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยรถยนต์กับเจ้าหน้าที่

กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
This field is required


หลังจากท่านคลิกส่งข้อมูล ถือเป็นการยืนยันว่า:

  • ท่านอนุญาตและยินยอมให้บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอก ติดต่อท่านทางอีเมล โทรศัพท์ และ/หรือ SMS เพื่อให้บริการตอบคำถาม หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านสนใจ
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ คลิกที่นี่