ต่อใบขับขี่รถยนต์ ต้องทำอย่างไร? รวมขั้นตอน เอกสาร และเรื่องประกันที่ควรรู้

ข้ามไปหน้าหลัก
ประกันภัยรถยนต์

ต่อใบขับขี่รถยนต์ ต้องทำอย่างไร? รวมขั้นตอน เอกสาร และเรื่องประกันที่ควรรู้

09/2026
รวมวิธีเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทาง ตั้งแต่เช็กสภาพรถ อุปกรณ์ฉุกเฉิน เอกสารสำคัญ เช็กประกันรถยนต์ ไปจนถึงการเตรียมตัวต่อประกันรถยนต์

 

การขับขี่รถยนต์อย่างถูกกฎหมายต้องเริ่มจากการมีใบขับขี่ และที่สำคัญคือต้องยังไม่หมดอายุ แต่หลายคนอาจยุ่งจนลืมเช็กวันหมดอายุ หรือเพิ่งรู้ตัวเมื่อใกล้ถึงกำหนด ทำให้เกิดคำถามว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต่อใบขับขี่ได้ล่วงหน้าหรือไม่ และหากใบขับขี่หมดอายุแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร บทความนี้ชับบ์สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ ต่อใบขับขี่รถยนต์ ตั้งแต่เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์ การอบรม และแนวทางดำเนินการกรณีใบขับขี่หมดอายุ รวมถึงสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรเช็กเพิ่มเติมอย่าง พ.ร.บ. และ ประกันรถยนต์ เพื่อให้เอกสารสำคัญและความคุ้มครองของรถยังพร้อมใช้งาน

 

 

ใบขับขี่หมดอายุ เตรียมตัวอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

 

ก่อนเดินทางไปต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง ควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม โดยเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม มีดังนี้

เอกสารประกอบคำขอต่ออายุใบขับขี่

  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. ใบขับขี่เดิม ที่หมดอายุ หรือใกล้ถึงวันหมดอายุ
  3. ใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ (ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกเอกสาร)

เดิมผู้ที่ต้องการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ จำเป็นต้องเตรียมเอกสารและเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุด เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่และดำเนินการตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาช่องทางออนไลน์ เช่น DLT e-Learning สำหรับอบรมใบขับขี่ออนไลน์ และ DLT Smart Queue สำหรับจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ นัดหมายวันเวลา และเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

 

สำหรับผู้ที่ต้องการ ต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ ควรตรวจสอบก่อนว่าตนเองอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถอบรมหรือจองคิวผ่านระบบออนไลน์ได้หรือไม่ ควรเตรียมเอกสารและศึกษาขั้นตอนให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

 

 

ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก

 

สำหรับการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ สามารถทำได้ทางช่องทางออนไลน์ โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

 

1. เตรียมเอกสารสำหรับต่อใบขับขี่ออนไลน์

เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง ใบขับขี่เดิม (ก่อนสิ้นอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือ สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี) และใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

 

2. อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์

●   สำหรับผู้ที่ถือใบขับขี่ 5 ปีและต้องการต่ออีก 5 ปี จำเป็นต้องเข้ารับการ อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

●   ส่วนผู้ที่มีใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี และต้องการต่อเป็นใบขับขี่ 5 ปี ไม่ต้องอบรมใหม่ สามารถจองคิวเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งและดำเนินการตามขั้นตอนได้ทันที

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ และขั้นตอนการอบรม สามารถศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความ อบรมใบขับขี่ออนไลน์ และวิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์

 

3. จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์

สามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกจองคิวล่วงหน้า สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการแบบ Walk-In ของสำนักงานขนส่งแต่ละแห่งได้

 

4. เข้ารับทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ผู้ขับขี่สามารถเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งในสาขาที่ใกล้เคียง เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนออกใบขับขี่ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่

●   ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ได้แก่ สีเขียว เหลือง และแดง

●   ทดสอบสายตาทางลึก

●   ทดสอบสายตาทางกว้าง

●   ทดสอบปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรกหลังเห็นสัญญาณไฟจราจร

 

5. ชำระค่าธรรมเนียมและออกใบขับขี่รถยนต์

หลังผ่านทดสอบสมรรถภาพร่างกายและยื่นเอกสารครบถ้วน ขั้นตอนต่อมาคือการถ่ายรูปเพื่อพิมพ์ใบขับขี่ใหม่ และชำระค่าธรรมเนียมตามกำหนด

 

ต่อใบขับขี่กี่บาท? ใช้เวลานานไหม?

ค่าธรรมเนียมการต่อใบขับขี่ขึ้นอยู่กับประเภทของใบขับขี่

●   ใบขับขี่รถยนต์ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 500 บาท และค่าคำขอ 5 บาท

●   ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 250 บาท และค่าคำขอ 5 บาท

 

ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการและความครบถ้วนของเอกสาร หากเตรียมเอกสารและอบรมตามขั้นตอนเรียบร้อย การจองคิวล่วงหน้าสามารถช่วยลดเวลาในการรอที่สำนักงานขนส่งได้

 

 

ใบขับขี่หมดอายุ มีโทษอะไรบ้าง

 

ทางเลือกที่ดีที่สุดในการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ คือการต่ออายุล่วงหน้า โดยใบขับขี่ส่วนบุคคล สามารถต่อก่อนวันสิ้นอายุได้ล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการลืมต่อใบขับขี่และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องใช้รถ

หาก ใบขับขี่หมดอายุ แล้ว ผู้ขับขี่อาจมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

นอกจากเรื่องโทษตามกฎหมายแล้ว การปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุอาจมีผลต่อประกันภัยรถยนต์ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะใบขับขี่หมดอายุ และเป็นฝ่ายผิด อาจเข้าเงื่อนไขที่กรมธรรม์จะไม่คุ้มครอง ดังนั้นผู้ขับขี่ควรตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ว่ามีข้อกำหนดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ไว้อย่างไร

 

 

ข้อควรรู้ เมื่อใบขับขี่หมดอายุ

 

เกณฑ์การทำใบขับขี่ใหม่หลังใบขับขี่เดิมหมดอายุจะแตกต่างกันไปตามประเภทของใบขับขี่และระยะเวลาที่หมดอายุ โดยยิ่งปล่อยไว้นาน ขั้นตอนในการดำเนินการก็อาจเพิ่มขึ้น

 

ใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี

●   กรณีใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุเกิน 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ไม่จำเป็นต้องอบรมใหม่

●   กรณีหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรมต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น เป็นเวลา 5 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่

●   หากหมดอายุเกิน 3 ปี จำเป็นต้องอบรมต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น เป็นเวลา 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน และสอบขับรถ คล้ายกับการทำใบขับขี่ใหม่

 

ใบขับขี่ทั่วไป 5 ปี

●   หากใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ต้องอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 1 ชั่วโมง

●   หากหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จำเป็นต้องอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 2 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่

●   กรณีใบขับขี่ 5 ปีหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรมต่อใบขับขี่ 2 ชั่วโมง พร้อมสอบข้อเขียนและสอบขับรถใหม่

 

ผู้ขับขี่สามารถติดตามสถานะการอบรมผ่าน DLT e-Learning และเก็บหลักฐานการอบรมไว้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อต้องดำเนินการต่อใบขับขี่ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์และระยะเวลาการอบรมล่าสุดก่อนดำเนินการ

 

 

ต่อใบขับขี่รถยนต์ แล้วอย่าลืมเช็ก พ.ร.บ. รถยนต์

 

หลังจาก ต่อใบขับขี่รถยนต์ เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรตรวจสอบคือ พ.ร.บ. รถยนต์ เพราะเป็นเอกสารสำคัญสำหรับรถที่ต้องมีความคุ้มครองภาคบังคับตามกฎหมาย

 

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร?

พ.ร.บ. รถยนต์ หรือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นการประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ตามหลักเกณฑ์และจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนด

 

เช็ก พ.ร.บ. รถยนต์อย่างไร?

สามารถตรวจสอบวันหมดอายุและรายละเอียดของ พ.ร.บ. ได้จากเอกสารหรือช่องทางที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีผลคุ้มครอง หากใกล้หมดอายุควรดำเนินการต่ออายุให้เรียบร้อยก่อนนำรถกลับมาใช้งาน ศึกษาขั้นตอนต่อ พ.ร.บ ได้ที่ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน พร้อมเช็คลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม

 

 

นอกจาก พ.ร.บ. แล้วควรเช็กประกันรถยนต์ด้วย

 

นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว ผู้ขับขี่ควร เช็กประกันรถยนต์ ควบคู่กัน โดยเฉพาะหลังจัดการเรื่องใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว เพราะประกันรถยนต์มีรายละเอียดความคุ้มครองแตกต่างกันตามประเภทและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ การเช็กไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้รู้ว่ากรมธรรม์ยังมีผลหรือไม่ และสามารถเตรียมตัวได้หากใกล้ถึงวันหมดอายุ สำหรับลูกค้า ชับบ์สามัคคีประกันภัยสามารถเช็กประกันรถยนต์ ได้ที่ เช็กข้อมูลกรมธรรม์ ชับบ์สามัคคีประกันภัย แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

 

เช็กประกันรถยนต์ก่อนออกเดินทาง ต้องดูอะไรบ้าง?

เช็กข้อมูลสำคัญแบบสั้น ๆ ได้แก่

●   วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง

●   ประเภทประกันและความคุ้มครองที่มี

●   เงื่อนไขหรือข้อยกเว้นที่ควรรู้

●   เบอร์หรือช่องทางสำหรับแจ้งเหตุและเคลม

 

หากกรมธรรม์ใกล้หมดอายุ ควรศึกษารายละเอียดและดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ช่วงความคุ้มครองขาดตอน

 

 

ต่อใบขับขี่รถยนต์ + เช็ก พ.ร.บ. + ประกันรถยนต์ เตรียมอะไรบ้าง?

 

เมื่อจัดการเรื่องใบขับขี่และเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถเรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับมาใช้รถหรือออกเดินทาง ลองตรวจสอบตาม Checklist นี้อีกครั้ง

●   ใบขับขี่ไม่หมดอายุ

●   ใบขับขี่ต่ออายุเรียบร้อย

●   พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุ

●   ประกันรถยนต์ยังมีความคุ้มครอง

●   ตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ประกันต์รถยนต์

●   บันทึกเบอร์/ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินของบริษัทประกัน

●   ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง

ควรเช็กทั้งใบขับขี่ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ไปพร้อมกัน ก่อนเดินทางไกลหรือหลังจากไม่ได้ใช้รถเป็นระยะเวลานาน

 

 

 

สรุป ขับขี่อุ่นใจทุกเส้นทางเพียงต่อใบขับขี่ เช็ก พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ให้พร้อม

 

การต่อใบขับขี่รถยนต์ควรเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งการเช็กวันหมดอายุ เอกสารที่ต้องใช้ การอบรม และการจองคิวหรือดำเนินการผ่านช่องทางที่กรมขนส่งทางบกกำหนด เพื่อให้สามารถต่อใบขับขี่ได้ตามกำหนดและขับรถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากใบขับขี่แล้ว ช่วงเดียวกันยังควรตรวจสอบ พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ ว่ายังไม่หมดอายุ รวมถึงทบทวนว่าความคุ้มครองที่มีอยู่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบันหรือไม่ เพราะแต่ละแผนมีรายละเอียดความคุ้มครองที่แตกต่างกัน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่ตอบโจทย์ตามลักษณะการใช้รถ งบประมาณ หรือความเสี่ยงที่ต้องการดูแล ประกันรถยนต์จากชับบ์ มีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 2, ชั้น 3+ ไปจนถึงชั้น 3 เพื่อให้เลือกความคุ้มครองได้ตามความเหมาะสม

 

 

 

หมายเหตุ

1. ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

2. รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2/4 อาคารชับบ์ ชั้นที่ 12 โครงการนอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

3. เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

สนใจทำประกันรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Drive
เพื่อประโยชน์สูงสุด และเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ใช่ตามความต้องการ ท่านสามารถตรวจสอบทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยรถยนต์กับเจ้าหน้าที่

กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
This field is required


หลังจากท่านคลิกส่งข้อมูล ถือเป็นการยืนยันว่า:

  • ท่านอนุญาตและยินยอมให้บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอก ติดต่อท่านทางอีเมล โทรศัพท์ และ/หรือ SMS เพื่อให้บริการตอบคำถาม หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านสนใจ
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ คลิกที่นี่