การขับขี่รถยนต์อย่างถูกกฎหมายต้องเริ่มจากการมีใบขับขี่ และที่สำคัญคือต้องยังไม่หมดอายุ แต่หลายคนอาจยุ่งจนลืมเช็กวันหมดอายุ หรือเพิ่งรู้ตัวเมื่อใกล้ถึงกำหนด ทำให้เกิดคำถามว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต่อใบขับขี่ได้ล่วงหน้าหรือไม่ และหากใบขับขี่หมดอายุแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร บทความนี้ชับบ์สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ ต่อใบขับขี่รถยนต์ ตั้งแต่เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์ การอบรม และแนวทางดำเนินการกรณีใบขับขี่หมดอายุ รวมถึงสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรเช็กเพิ่มเติมอย่าง พ.ร.บ. และ ประกันรถยนต์ เพื่อให้เอกสารสำคัญและความคุ้มครองของรถยังพร้อมใช้งาน
สารบัญ
ก่อนเดินทางไปต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง ควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม โดยเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม มีดังนี้
เอกสารประกอบคำขอต่ออายุใบขับขี่
เดิมผู้ที่ต้องการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ จำเป็นต้องเตรียมเอกสารและเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุด เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่และดำเนินการตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาช่องทางออนไลน์ เช่น DLT e-Learning สำหรับอบรมใบขับขี่ออนไลน์ และ DLT Smart Queue สำหรับจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ นัดหมายวันเวลา และเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ
สำหรับผู้ที่ต้องการ ต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ ควรตรวจสอบก่อนว่าตนเองอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถอบรมหรือจองคิวผ่านระบบออนไลน์ได้หรือไม่ ควรเตรียมเอกสารและศึกษาขั้นตอนให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง
สำหรับการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ สามารถทำได้ทางช่องทางออนไลน์ โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. เตรียมเอกสารสำหรับต่อใบขับขี่ออนไลน์
เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง ใบขับขี่เดิม (ก่อนสิ้นอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือ สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี) และใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
● สำหรับผู้ที่ถือใบขับขี่ 5 ปีและต้องการต่ออีก 5 ปี จำเป็นต้องเข้ารับการ อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
● ส่วนผู้ที่มีใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี และต้องการต่อเป็นใบขับขี่ 5 ปี ไม่ต้องอบรมใหม่ สามารถจองคิวเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งและดำเนินการตามขั้นตอนได้ทันที
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ และขั้นตอนการอบรม สามารถศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความ อบรมใบขับขี่ออนไลน์ และวิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์
สามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกจองคิวล่วงหน้า สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการแบบ Walk-In ของสำนักงานขนส่งแต่ละแห่งได้
4. เข้ารับทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ผู้ขับขี่สามารถเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งในสาขาที่ใกล้เคียง เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนออกใบขับขี่ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่
● ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ได้แก่ สีเขียว เหลือง และแดง
● ทดสอบสายตาทางลึก
● ทดสอบสายตาทางกว้าง
● ทดสอบปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรกหลังเห็นสัญญาณไฟจราจร
หลังผ่านทดสอบสมรรถภาพร่างกายและยื่นเอกสารครบถ้วน ขั้นตอนต่อมาคือการถ่ายรูปเพื่อพิมพ์ใบขับขี่ใหม่ และชำระค่าธรรมเนียมตามกำหนด
ค่าธรรมเนียมการต่อใบขับขี่ขึ้นอยู่กับประเภทของใบขับขี่
● ใบขับขี่รถยนต์ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 500 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
● ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 250 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการและความครบถ้วนของเอกสาร หากเตรียมเอกสารและอบรมตามขั้นตอนเรียบร้อย การจองคิวล่วงหน้าสามารถช่วยลดเวลาในการรอที่สำนักงานขนส่งได้
ทางเลือกที่ดีที่สุดในการ ต่อใบขับขี่รถยนต์ คือการต่ออายุล่วงหน้า โดยใบขับขี่ส่วนบุคคล สามารถต่อก่อนวันสิ้นอายุได้ล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการลืมต่อใบขับขี่และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องใช้รถ
หาก ใบขับขี่หมดอายุ แล้ว ผู้ขับขี่อาจมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
นอกจากเรื่องโทษตามกฎหมายแล้ว การปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุอาจมีผลต่อประกันภัยรถยนต์ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะใบขับขี่หมดอายุ และเป็นฝ่ายผิด อาจเข้าเงื่อนไขที่กรมธรรม์จะไม่คุ้มครอง ดังนั้นผู้ขับขี่ควรตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ว่ามีข้อกำหนดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ไว้อย่างไร
เกณฑ์การทำใบขับขี่ใหม่หลังใบขับขี่เดิมหมดอายุจะแตกต่างกันไปตามประเภทของใบขับขี่และระยะเวลาที่หมดอายุ โดยยิ่งปล่อยไว้นาน ขั้นตอนในการดำเนินการก็อาจเพิ่มขึ้น
● กรณีใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุเกิน 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ไม่จำเป็นต้องอบรมใหม่
● กรณีหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรมต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น เป็นเวลา 5 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่
● หากหมดอายุเกิน 3 ปี จำเป็นต้องอบรมต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น เป็นเวลา 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน และสอบขับรถ คล้ายกับการทำใบขับขี่ใหม่
● หากใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ต้องอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 1 ชั่วโมง
● หากหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จำเป็นต้องอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 2 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่
● กรณีใบขับขี่ 5 ปีหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรมต่อใบขับขี่ 2 ชั่วโมง พร้อมสอบข้อเขียนและสอบขับรถใหม่
ผู้ขับขี่สามารถติดตามสถานะการอบรมผ่าน DLT e-Learning และเก็บหลักฐานการอบรมไว้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อต้องดำเนินการต่อใบขับขี่ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์และระยะเวลาการอบรมล่าสุดก่อนดำเนินการ
หลังจาก ต่อใบขับขี่รถยนต์ เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรตรวจสอบคือ พ.ร.บ. รถยนต์ เพราะเป็นเอกสารสำคัญสำหรับรถที่ต้องมีความคุ้มครองภาคบังคับตามกฎหมาย
พ.ร.บ. รถยนต์ หรือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นการประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ตามหลักเกณฑ์และจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนด
สามารถตรวจสอบวันหมดอายุและรายละเอียดของ พ.ร.บ. ได้จากเอกสารหรือช่องทางที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีผลคุ้มครอง หากใกล้หมดอายุควรดำเนินการต่ออายุให้เรียบร้อยก่อนนำรถกลับมาใช้งาน ศึกษาขั้นตอนต่อ พ.ร.บ ได้ที่ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน พร้อมเช็คลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม
นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว ผู้ขับขี่ควร เช็กประกันรถยนต์ ควบคู่กัน โดยเฉพาะหลังจัดการเรื่องใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว เพราะประกันรถยนต์มีรายละเอียดความคุ้มครองแตกต่างกันตามประเภทและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ การเช็กไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้รู้ว่ากรมธรรม์ยังมีผลหรือไม่ และสามารถเตรียมตัวได้หากใกล้ถึงวันหมดอายุ สำหรับลูกค้า ชับบ์สามัคคีประกันภัยสามารถเช็กประกันรถยนต์ ได้ที่ เช็กข้อมูลกรมธรรม์ ชับบ์สามัคคีประกันภัย แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
เช็กข้อมูลสำคัญแบบสั้น ๆ ได้แก่
● วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง
● ประเภทประกันและความคุ้มครองที่มี
● เงื่อนไขหรือข้อยกเว้นที่ควรรู้
● เบอร์หรือช่องทางสำหรับแจ้งเหตุและเคลม
หากกรมธรรม์ใกล้หมดอายุ ควรศึกษารายละเอียดและดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ช่วงความคุ้มครองขาดตอน
เมื่อจัดการเรื่องใบขับขี่และเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถเรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับมาใช้รถหรือออกเดินทาง ลองตรวจสอบตาม Checklist นี้อีกครั้ง
● ใบขับขี่ไม่หมดอายุ
● ใบขับขี่ต่ออายุเรียบร้อย
● พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุ
● ประกันรถยนต์ยังมีความคุ้มครอง
● ตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ประกันต์รถยนต์
● บันทึกเบอร์/ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินของบริษัทประกัน
● ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง
ควรเช็กทั้งใบขับขี่ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ไปพร้อมกัน ก่อนเดินทางไกลหรือหลังจากไม่ได้ใช้รถเป็นระยะเวลานาน
การต่อใบขับขี่รถยนต์ควรเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งการเช็กวันหมดอายุ เอกสารที่ต้องใช้ การอบรม และการจองคิวหรือดำเนินการผ่านช่องทางที่กรมขนส่งทางบกกำหนด เพื่อให้สามารถต่อใบขับขี่ได้ตามกำหนดและขับรถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากใบขับขี่แล้ว ช่วงเดียวกันยังควรตรวจสอบ พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ ว่ายังไม่หมดอายุ รวมถึงทบทวนว่าความคุ้มครองที่มีอยู่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบันหรือไม่ เพราะแต่ละแผนมีรายละเอียดความคุ้มครองที่แตกต่างกัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่ตอบโจทย์ตามลักษณะการใช้รถ งบประมาณ หรือความเสี่ยงที่ต้องการดูแล ประกันรถยนต์จากชับบ์ มีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 2, ชั้น 3+ ไปจนถึงชั้น 3 เพื่อให้เลือกความคุ้มครองได้ตามความเหมาะสม
หมายเหตุ
1. ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
2. รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2/4 อาคารชับบ์ ชั้นที่ 12 โครงการนอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
3. เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด