ซื้อรถใหม่เลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 อย่างไร และสิ่งที่ต้องเช็กก่อน-หลังรับรถยนต์

ข้ามไปหน้าหลัก
ประกันภัยรถยนต์

ซื้อรถใหม่เลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 อย่างไร และสิ่งที่ต้องเช็กก่อน - หลังรับรถยนต์

09/2026
ซื้อรถใหม่เลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 อย่างไร และสิ่งที่ต้องเช็กก่อน-หลังรับรถยนต์

 

 

การออกรถยนต์ใหม่สักคัน ไม่ได้จบแค่การเลือกรุ่นรถและจัดไฟแนนซ์ แต่ผู้ซื้อรถควรทำความเข้าใจเรื่องประกันรถยนต์และตรวจสอบรถให้เรียบร้อยก่อนนำรถออกใช้งาน โดยเฉพาะการศึกษา ประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้ซื้อรถใหม่ควรทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องประเภทความคุ้มครอง ราคา เงื่อนไข และรายละเอียดของกรมธรรม์ บทความนี้ชับบ์ จะพาไปดูสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนทำประกันรถยนต์ใหม่ รวมถึงรายการที่ควรตรวจสอบทั้งก่อนและหลังรับรถ เพื่อช่วยให้การออกรถยนต์ใหม่เป็นไปอย่างรอบคอบมากขึ้น

 

 

ทำไมออกรถใหม่ ต้องทำความเข้าใจประกันรถยนต์ที่แถมมา

รถยนต์ใหม่บางรุ่นหรือบางข้อเสนออาจมาพร้อม ประกันรถยนต์ โดยผู้ซื้ออาจไม่ต้องจัดหาประกันด้วยตัวเองตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม ก่อนรับรถควรทำความเข้าใจรายละเอียดของประกันที่ได้รับให้ชัดเจน เพราะแต่ละแผนอาจมีประเภท ความคุ้มครอง เงื่อนไข และรายละเอียดกรมธรรม์แตกต่างกัน

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบมีดังนี้

●  ตรวจสอบประเภทของประกัน ว่าเป็นประกันประเภทใด เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 3+ หรือประเภทอื่น เพื่อให้ทราบขอบเขตความคุ้มครองที่ได้รับ

●  ตรวจสอบความคุ้มครอง ว่าครอบคลุมความเสียหายกรณีใดบ้าง รวมถึงความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ บุคคลภายนอก และทรัพย์สินของบุคคลที่สาม

●  ตรวจสอบวันเริ่มต้นและวันหมดอายุ เพื่อให้ทราบว่าความคุ้มครองเริ่มตั้งแต่เมื่อใด และควรวางแผน ต่อประกัน ล่วงหน้าเมื่อใกล้หมดอายุ

●  ตรวจสอบชื่อผู้เอาประกันและข้อมูลรถยนต์ เช่น เลขทะเบียน เลขตัวถัง รุ่นรถ และรายละเอียดอื่น ๆ ในกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับรถที่รับ

●  ตรวจสอบเงื่อนไขและข้อยกเว้น โดยเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเคลม การซ่อม และกรณีที่บริษัทประกันอาจไม่ให้ความคุ้มครอง

●  ตรวจสอบช่องทางการแจ้งเหตุและเคลม เพื่อให้ทราบว่าหากเกิดอุบัติเหตุควรติดต่อที่ใดและต้องดำเนินการอย่างไร

●  ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าเสียหายส่วนแรกหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากมีการระบุไว้ในกรมธรรม์

 

การเข้าใจขอบเขตความคุ้มครองและเงื่อนไขตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ทราบสิทธิ์ของตนเองและเตรียมตัวได้เหมาะสมเมื่อจำเป็นต้องใช้ประกัน

 

 

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือก ซื้อประกันรถยนต์

หากรถใหม่ต้องเลือกซื้อประกันเอง ควรเลือกแบบใด? เพราะ ประกันรถยนต์ มีหลายประเภท ซึ่งรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไป การเลือกประกันจึงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และความคุ้มครองที่ต้องการ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังออกรถยนต์ใหม่อาจพิจารณา ประกันภัยรถชั้น 1หรือประกันประเภทอื่นที่เหมาะกับการใช้งาน

 

1. ประเภทของประกัน

ประกันรถยนต์มีหลายประเภทให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป อย่างประกันภัยรถยนต์จากชับบ์ มีให้เลือกหลากหลายแผนตามความต้องการ ตั้งแต่ประกันชั้น 1 ไปจนถึงประกันชั้น 2+, 3+ และประกันชั้น 3 ก่อนตัดสินใจควรศึกษาและทำความเข้าใจว่าแต่ละประเภทให้ความคุ้มครองในกรณีใดบ้าง รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกรมธรรม์ เพื่อให้สามารถเลือกประกันที่เหมาะกับรถยนต์และลักษณะการใช้งานได้

 

2. ความคุ้มครองและทุนประกัน

นอกจากประเภทของประกันแล้ว ควรดูรายละเอียดว่าประกันรถยนต์คุ้มครองสิ่งใดบ้าง เช่น การชดเชยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลที่สาม หรือความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เป็นต้น

รวมถึงทุนประกัน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยกำหนดไว้สำหรับความคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ การเลือกทุนประกันควรพิจารณาให้เหมาะสมกับมูลค่ารถยนต์และรายละเอียดของแผนประกัน ไม่ควรเลือกจากตัวเลขทุนประกันเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูควบคู่กับค่าเบี้ย ความคุ้มครอง และเงื่อนไขอื่น ๆ

 

3. รูปแบบการซ่อม: ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง

อีกหนึ่งเรื่องที่ควรพิจารณาเมื่อเลือก ประกันรถยนต์ คือ รูปแบบการซ่อมโดยทั่วไปอาจแบ่งเป็น ซ่อมอู่ และ ซ่อมห้างหรือศูนย์บริการ ทั้งสองรูปแบบมีเงื่อนไขและค่าเบี้ยที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับรถและความต้องการในการใช้งาน

 

4. ราคาและเงื่อนไข

สำรวจและเปรียบเทียบราคาประกันจากหลาย ๆ บริษัท พร้อมทั้งตรวจสอบเงื่อนไขของความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาจากค่าเบี้ยประกันเพียงอย่างเดียว

 

5. บริษัทประกัน

ควรศึกษาและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน ดูรีวิวและความคิดเห็นจากลูกค้า พร้อมทั้งพิจารณาความสะดวกในการติดต่อและการดำเนินการเมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

 

6. การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

ศึกษาเรื่องการเรียกร้องค่าประกัน ว่ามีขั้นตอนอย่างไร บริษัทจะใช้เวลาดำเนินการเท่าไร และมีความยืดหยุ่นอย่างไร การทำความเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าจะเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1,2 หรือ 3

 

 

เหตุผลที่ประกันชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่

●  รถใหม่มีมูลค่าสูง การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ช่วยรองรับความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ

●  ให้ความคุ้มครองครอบคลุม มากกว่าประกันประเภทอื่น โดยรายละเอียดความคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์

●  รองรับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ทั้งกรณีที่มีคู่กรณีและกรณีที่เกิดความเสียหายกับรถตามเงื่อนไขความคุ้มครอง

●  ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะรถใหม่ที่อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง

●  เหมาะกับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจในช่วงเริ่มต้นใช้งานรถ โดยเฉพาะช่วงที่ยังไม่คุ้นเคยกับรถคันใหม่

●  ช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะมีความคุ้มครองตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

 

ทั้งนี้ ความคุ้มครองของ ประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ละแผนอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจซื้อประกัน  ยกตัวอย่าง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Driveคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุ รถสูญหาย น้ำท่วม ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเกิดอุบัติเหตุ ไปจนถึงคุ้มครองทรัพย์สิน ชีวิต และดูแลค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี รวมถึงคุ้มครองในกรณีรถยนต์สูญหาย 

 

 

คำแนะนำที่คุณควรรู้ก่อนเลือกรถยนต์ใหม่

การออกรถยนต์ใหม่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ไม่เพียงแค่เป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง แต่ยังมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความสะดวกสบายในการเดินทางของคุณในระยะยาวดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลและวางแผนค่าใช้จ่ายให้รอบด้าน ตั้งแต่การเลือกรถ การจัดไฟแนนซ์ ไปจนถึงการเลือกประกันรถยนต์

 

1. การวางแผนและกำหนดงบประมาณ

การวางแผนการออกรถยนต์เริ่มต้นจากการกำหนดงบประมาณที่คุณสามารถจ่ายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเบี้ยประกันรถ ค่าภาษี ค่าบำรุงรักษารถ และค่าน้ำมัน

 

2. การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบรถยนต์

เมื่อคุณมีงบประมาณแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการศึกษาข้อมูลรถยนต์ใหม่ หรือรถที่คุณสนใจ โดยคุณควรศึกษาและเปรียบเทียบทั้งในเรื่องของราคา คุณสมบัติ และคุณภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานรถในระยะยาว

 

3. การทดลองขับรถยนต์

การทดลองขับคือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณรู้ว่ารถยนต์ที่คุณสนใจนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ คุณควรทดลองขับในหลาย ๆ สภาวะการขับขี่ เช่น ทางที่ราบ ทางขึ้น-ลง หรือเส้นทางที่มีสภาพการจราจรแตกต่างกัน

 

4. การตรวจสอบการจัดไฟแนนซ์

คุณควรตรวจสอบและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากหลาย ๆ สถาบันการเงิน หากคุณมีความต้องการใช้บริการจัดไฟแนนซ์ในการออกรถยนต์ใหม่ ควรพิจารณาค่างวดต่อเดือน ระยะเวลาการผ่อนชำระ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

5. การตรวจสภาพรถและการตกลงราคา

เมื่อคุณตัดสินใจเลือกรถแล้ว ควรตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียด และตกลงราคากับผู้ขาย ที่สำคัญอย่าลืมขอใบเสนอราคา (Quotation) หรือใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานการจองรถ

 

6. การทำสัญญาและการโอนกรรมสิทธิ์

หลังจากตกลงทุกอย่างแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ ในสัญญาควรระบุรายละเอียดการซื้อขายทั้งหมด รวมถึงราคา วัน-เวลาที่จะรับรถ และการรับประกัน สำหรับรถยนต์ที่ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ควรเตรียมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบก

 

7. การรับรถและการตรวจสอบรถยนต์

เมื่อถึงวันรับรถ คุณควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ว่าตรงตามสัญญาและสเปคที่คุณสั่งซื้อหรือไม่ และควรทดลองขับรถในบริเวณที่กว้างเพื่อเช็กระบบเบรก รวมถึงระบบอื่นๆ ภายในรถ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเอกสารประกันรถยนต์และรายละเอียดความคุ้มครองให้เรียบร้อยก่อนนำรถออกใช้งาน

 

8. การซื้อประกันภัยรถยนต์

รถยนต์ใหม่มักจะมาพร้อมกับประกันชั้น 1 แต่ถ้าไม่มี ควรพิจารณา ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ก่อนนำรถออกใช้งาน เพื่อปกป้องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยควรศึกษารายละเอียด เปรียบเทียบเงื่อนไข และค่าเบี้ยประกันเพื่อเลือกข้อเสนอที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

 

9. การจดทะเบียนรถยนต์และการติดป้ายทะเบียน

หลังจากที่คุณได้รับรถและทำประกันภัยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการจดทะเบียนรถยนต์และการติดป้ายทะเบียน ในขั้นตอนนี้ คุณอาจต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น สัญญาซื้อขายรถยนต์ ใบสำคัญรับรถยนต์ หลักฐานการทำประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์และหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถยนต์

 

10. การบำรุงรักษารถยนต์

เมื่อคุณได้รับรถยนต์ใหม่แล้ว คุณควรดูแลรถยนต์อย่างดี ตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก การตรวจสอบแรงดันลมยาง และการเข้าศูนย์บริการตามกำหนด

 

 

สิ่งที่ต้องเช็ก ก่อน-หลังรับรถยนต์

หลังจากตัดสินใจเลือกรถได้แล้ว ศึกษาข้อเสนอ วางแผนการเงิน รวมถึงทำความเข้าใจเรื่องประกันภัยรถแล้ว การตรวจสอบรถยนต์ก่อนและหลังรับรถ ก็เป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะรถยนต์ใหม่ที่ควรตรวจสอบทั้งเอกสาร และตัวรถก่อนส่งมอบ

 

1. การตรวจสภาพรถ

ก่อนรับรถ ควรตรวจสอบสภาพรถทั่วไป รวมถึงตรวจสอบสภาพพื้นผิวรถ รอยขีดข่วน หรือความผิดปกติที่มองเห็นได้ รวมถึงการทำงานของส่วนต่างๆ เช่น ไฟสัญญาณ เบรก ที่นั่ง เครื่องยนต์ และอุปกรณ์อื่น ๆ

 

2. เอกสารรถยนต์

ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวกับรถยนต์ว่าครบถ้วน และข้อมูลถูกต้อง รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันและการตรวจเช็กรถตามกำหนด ในกรณีที่เป็นรถยนต์ใหม่ ควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารให้ตรงกับข้อมูลของรถที่ซื้อก่อนลงนามรับรถ

 

3. การทดลองขับ

หลังรับรถยนต์ ควรทดลองขับเพื่อเช็กว่าระบบต่างๆ ของรถยนต์ทำงานได้ปกติหรือไม่ ทั้งส่วนของเครื่องยนต์ ระบบเบรก และระบบเกียร์ รวมถึงสังเกตเสียงหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่

 

4. การตรวจสอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ฉุกเฉินพร้อมใช้งานอยู่ในรถยนต์หรือไม่ เช่น ยางอะไหล่ ชุดเครื่องมือ และเครื่องมือดับเพลิงไฟ

 

5. การตรวจสอบประกันรถยนต์

ตรวจสอบเอกสารประกันรถยนต์ ตั้งแต่รายละเอียดความคุ้มครอง สิทธิ์ต่าง ๆ วันเริ่มต้นและวันหมดอายุของประกัน รวมถึงข้อมูลของรถยนต์และผู้เอาประกันว่าถูกต้องหรือไม่ หากรถยนต์ใหม่มาพร้อม ประกันชั้น 1 ควรตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์ให้ครบถ้วน และทำความเข้าใจว่าความคุ้มครองครอบคลุมกรณีใดบ้าง รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

 

6. การตรวจสอบประวัติการใช้งานรถยนต์

หากออกรถยนต์มือสอง ควรตรวจสอบประวัติการใช้งานของรถยนต์ เช่น ประวัติการซ่อมบำรุง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และความคิดเห็นจากเจ้าของเดิม

 

7. การดูแลรักษารถยนต์

หลังจากรับรถยนต์แล้ว ควรทราบขั้นตอนการดูแลรักษารถยนต์ เช่น การตรวจเช็กน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันพวงมาลัย และการเปลี่ยนยาง รวมถึงเข้ารับบริการตามระยะเวลาที่ศูนย์กำหนด

 

8. การปฏิบัติตัวในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

ควรทราบขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเหตุ การติดต่อบริษัทประกันหรือศูนย์บริการ รวมถึงขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

 

การศึกษาข้อมูลประกันรถยนต์ และการตรวจสอบรถยนต์ก่อน-หลังการรับรถยนต์ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณได้รับคุณภาพและความปลอดภัยที่ดีที่สุด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางร่างกาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของบุคคลอื่น

 

สรุป

การออกรถยนต์ใหม่ไม่ได้มีเพียงการเลือกรุ่นรถและจัดไฟแนนซ์เท่านั้น แต่ยังควรมีความเข้าใจเรื่องการตรวจรับรถ ประกันรถยนต์ชั้น 1 และตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองให้เรียบร้อยก่อนนำรถออกใช้งาน การเปรียบเทียบเงื่อนไขและรายละเอียดของประกันล่วงหน้า จะช่วยให้สามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับรถและรูปแบบการใช้งานได้มากขึ้น

หากกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันรถยนต์ สามารถศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและ แผนประกันรถยนต์จาก Chubbเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกทำประกัน

 

 

 

หมายเหตุ

1. ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

2. รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2/4 อาคารชับบ์ ชั้นที่ 12 โครงการนอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

3. เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

สนใจทำประกันรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Drive
เพื่อประโยชน์สูงสุด และเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ใช่ตามความต้องการ ท่านสามารถตรวจสอบทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยรถยนต์กับเจ้าหน้าที่

กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
This field is required


หลังจากท่านคลิกส่งข้อมูล ถือเป็นการยืนยันว่า:

  • ท่านอนุญาตและยินยอมให้บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอก ติดต่อท่านทางอีเมล โทรศัพท์ และ/หรือ SMS เพื่อให้บริการตอบคำถาม หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านสนใจ
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ คลิกที่นี่