ข้ามไปหน้าหลัก
ประกันภัยรถยนต์

ซื้อรถ 1 คัน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? รวมค่าใช้จ่ายแฝง และ ค่าประกันภัยรถยนต์ ที่ควรรู้

09/2026
รวมค่าใช้จ่ายวันออกรถ ค่าน้ำมัน ภาษี พ.ร.บ. ค่าซ่อมบำรุง รวมถึง ประกันรถยนต์ เพื่อวางแผนการเงินก่อนซื้อรถ ใช้รถได้อย่างสบายใจและผ่อนสบายแบบไม่มีสะดุด

 

 

การซื้อรถสักคัน อาจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน แต่นอกจากดูค่าตัวรถ คำนวณเงินดาวน์หรืองวดผ่อน ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถในเรื่องอื่น ๆ ที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าภาษี พ.ร.บ. ประกันรถยนต์ ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ใครที่สนใจซื้อรถสักคัน ชับบ์สามัคคี สรุปมาให้แล้วว่า จะซื้อรถทั้งที มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างตั้งแต่ออกรถวันแรก จนถึงค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งาน เพื่อเป็นเช็กลิสต์ว่าคุณเตรียมเงินไว้พร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือยัง?

 

 

 

ซื้อรถ 1 คัน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

 

1.       เงินดาวน์รถยนต์

สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด การวางเงินดาวน์ถือเป็นด่านแรกของการซื้อรถยนต์ ซึ่งปกติแล้วเราควรวางเงินดาวน์ประมาณ 20% - 40% ของราคารถ ยิ่งวางเงินดาวน์สูงเท่าไหร่ก็จะทำให้ยอดผ่อนต่องวดน้อยลงเท่านั้น แต่การเลือกดาวน์น้อยกว่า 20% อาจต้องแลกมาด้วยยอดผ่อนต่อเดือนที่สูง ระยะเวลาในการผ่อนที่นานขึ้น หรืออาจต้องมีคนค้ำประกัน ขึ้นอยู่กับโปรโมชันของค่ายรถและเต็นท์รถที่คุณเลือกซื้อ

 

2.       ค่าผ่อนรถ 

ในส่วนของค่าผ่อนนั้นมีให้เลือกระยะเวลาผ่อนตั้งแต่ 1 ถึง 8 ปี แต่ส่วนใหญ่มักนิยมผ่อนกันอยู่ที่ 48-60 งวด หรือประมาณ 4-5 ปี ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่อนรถเดือนละประมาณ 5,000-20,000 บาท ทั้งนี้คุณควรมีเงินเดือนหรือรายได้สัก 3 เท่าของค่าผ่อนต่อเดือน หรือถ้าจะให้ดี ควรเลือกจ่ายค่างวด 20-30% ของเงินเดือน ก็จะไม่ตึงมือจนเกินไป และไม่ควรผ่อนรถเกิน 70% ของรายได้

 

3.       ค่าจดทะเบียนและป้ายทะเบียน

กรณีรถใหม่ จำเป็นต้องจดทะเบียนตามกฎของกรมขนส่งทางบกก่อนนำมาใช้งานบนถนน (จดทะเบียนป้ายขาว) ศูนย์บริการรถยนต์บางแห่งอาจรวมค่าจดทะเบียนไว้ในราคาหรือโปรโมชันแล้ว ขณะที่บางแห่งอาจมีการเรียกเก็บแยกต่างหาก เรียกรวมเป็นค่าธรรมเนียมโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 3,500 - 5,000 บาท และผู้ซื้อรถใหม่ ควรเผื่อค่าใช้จ่ายสำหรับค่ามัดจำป้ายแดงด้วย ซึ่งมักจะเรียกเก็บในวันรับรถ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละศูนย์บริการ) ซึ่งเงินมัดจำดังกล่าวจะได้คืนเมื่อได้รับป้ายขาว และคืนป้ายแดงเรียบร้อยแล้ว

 

4.       การตรวจสภาพ และค่าโอนกรรมสิทธิ์

ในกรณีซื้อรถมือสอง ผู้ซื้อจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจสภาพรถยนต์และค่าโอนรถยนต์ให้กรมการขนส่งทางบกเพื่อโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์จากเจ้าของรถคนเดิมไปยังเจ้าของคนใหม่

 

5.       ค่าอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ และของตกแต่ง 

ข้อนี้ดูเผิน ๆ แล้ว อาจจะเหมือนของฟุ่มเฟือยแต่อันที่จริงของบางอย่างก็จำเป็นต้องซื้อหากศูนย์บริการรถที่เราเลือกไม่ได้แถมมาให้ เช่น ฟิล์มกรองแสง ที่ถือว่าจำเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันความร้อนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทย หรือกล้องติดรถยนต์ ที่ช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์บนท้องถนน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุและช่วยให้เคลมประกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เมื่อมีรถ

 

ค่าน้ำมัน ค่าเชื้อเพลิง 

ขึ้นอยู่กับประเภทของรถที่คุณซื้อด้วย โดยปกติแล้วค่าน้ำมันมักอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาทต่อเดือน ในกรณีที่คุณเลือกจะติดตั้งแก๊ส ก็จะมีค่าติดตั้งและค่าแก๊สตามระยะที่วิ่ง หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีค่าอุปกรณ์ติดตั้งระบบชาร์จรถไฟฟ้า EV ที่บ้าน และค่าไฟบ้าน แต่หากคุณไม่สะดวกในการติดตั้งระบบชาร์จรถ EV สามารถเลือกใช้บริการชาร์จไฟตาม Charging Station ที่มีให้บริการ

 

ค่าทางด่วน 

เป็นค่าใช้จ่ายที่มากน้อยแตกต่างกันไปตามความจำเป็นและระยะทางระหว่างบ้านกับที่ทำงาน หรือลักษณะการเดินทางของแต่ละคน โดยอัตราค่าผ่านทางเริ่มต้นที่ครั้งละ 15- 100 บาท 

 

ค่าที่จอดรถ

โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งหาที่จอดรถได้ค่อนข้างยาก บางคอนโดมีจำนวนที่จอดรถไม่เพียงพอกับผู้พักอาศัย และบางบริษัทไม่มีสวัสดิการที่จอดรถให้พนักงาน คุณอาจต้องยอมเสียเงินเพิ่มเป็นค่าที่จอดรถรายเดือนประมาณ 1,000-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ นอกจากนี้ยังมีค่าที่จอดรถชั่วคราว ครั้งละ 20-50 บาท/ชั่วโมง เมื่อคุณขับรถไปเที่ยวนอกสถานที่อีกด้วย

 

ค่าดูแลบำรุงรักษา ตรวจเช็คระยะ เช็คสภาพรถ

รถยนต์ใหม่ในปัจจุบันมักกำหนดให้เข้าเช็คระยะตามระยะทางหรือระยะเวลา (ซึ่งหากไม่เข้ารับการตรวจเช็คระยะอาจทำให้ขาดประกันศูนย์ได้) ค่าเช็คระยะและความถี่ในการเข้าเช็คระยะของรถแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันต่อครั้ง ก่อนซื้อรถยนต์จึงควรตรวจตารางบำรุงรักษาและราคาประมาณการจากผู้ผลิต

 

ค่า พ.ร.บ. ภาษีรถยนต์ และ ประกันรถยนต์

ข้อนี้มีทั้งภาคบังคับ ในส่วนของภาษีและ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่คุณจำเป็นจะต้องชำระให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนประกันรถยนต์นั้นเป็นประกันภาคสมัครใจ หากเราซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ก็มักจะมีกำหนดให้ทำประกันรถยนต์ไว้ หรือบางครั้งก็มีโปรโมชันแถมประกันตามรุ่นรถที่คุณเลือก แต่การมีประกันรถยนต์ไว้นั้นจะช่วยสร้างความอุ่นใจให้คุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ซึ่งคุ้มครองความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดกับรถยนต์ของคุณและคู่กรณีได้อย่างครอบคลุม

 

ศึกษาเรื่องประกันรถยนต์เพิ่มเติมได้ที่ : ประกันรถยนต์คืออะไร? ความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าใจ

 

ค่าอะไหล่ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

รถยนต์เป็นสิ่งที่เสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน จึงควรเผื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำรองไว้ เช่น ค่าเปลี่ยนยางรถยนต์ ค่าแบตเตอรี่และอะไหล่ตามอายุ ค่าซ่อมฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ค่าเดินทางระหว่างรอซ่อม ค่าเช่ารถทดแทน รายได้ที่ขาดหาย

 

วางแผนการเงินอย่างไร ก่อนซื้อรถ 1 คัน

 

เมื่อทราบแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอะไรบ้าง หากเราคิดที่จะมีรถยนต์สักคัน ขั้นตอนต่อไปก็คือการวางแผนและปฏิบัติตามแผน เพื่อให้เราสามารถผ่อนรถยนต์และจ่ายค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างไปได้ตลอดรอดฝั่งนั่นเอง 

1. ประเมินความสามารถในการซื้อรถ

เพื่อให้ได้รถยนต์ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งาน และความสามารถในการผ่อนชำระของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากรายรับต่อเดือน จำนวนเงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเงินเก็บที่คุณมีอยู่ หากมีรายได้ไม่ถึง 2 เท่าของค่างวดรถจะต้องมีคนกู้ซื้อร่วมด้วย 1 คน จึงจะมีโอกาสผ่านไฟแนนซ์ได้ง่ายขึ้น 

2. สรุปค่าใช้จ่ายต่อเดือน

เมื่อได้รถรุ่นที่ต้องการแล้ว ให้เขียนรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับรถยนต์ของคุณออกมาเพื่อนำมาคำนวณเป็นยอดรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน

ตัวอย่างเช่น คุณต้องการซื้อรถยนต์ราคา 500,000 บาท สามารถวางเงินดาวน์ได้ที่ 150,000 บาท มีประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ในปีแรก จำเป็นต้องขึ้นทางด่วนไปทำงานทุกวันเพราะที่ทำงานอยู่ไกล และมีค่าที่จอดรถบริเวณใกล้ที่ทำงาน 1,500 บาทต่อเดือน

ค่าใช้จ่ายสำหรับรถคันนี้คือ

●        ค่าเงินดาวน์ 150,000 บาท (จ่ายครั้งแรก)

●        ค่าผ่อนรถ 9,000 บาท/เดือน

●        ค่าน้ำมัน 3,000 บาท/เดือน

●        ค่าทางด่วน 1,500 บาท/เดือน

●        ค่าที่จอดรถ 1,000 บาท/เดือน

จะเห็นว่าหากไม่นับเงินดาวน์ คุณจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 19,000-20,000 บาทต่อเดือน หากคุณมีรายรับต่ำกว่าเดือนละ 40,000 บาท ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณจะค่อนข้างสูง มีโอกาสที่สภาพคล่องทางการเงินจะมีปัญหาได้

3. เริ่มเก็บเงินเท่ายอดผ่อนต่อเดือน ประมาณ 6-12 เดือน

เพื่อใช้เงินก้อนนี้เป็นเงินดาวน์ หรือกรณีที่คุณมีเงินดาวน์แยกต่างหากไว้อยู่แล้ว การทดลองเก็บเงินก่อนก็เพื่อประเมินการใช้จ่ายของคุณนั่นเอง ว่าสามารถผ่อนได้สบายไหม ตึงมือไปหรือเปล่า 

4. ควรเตรียมเงินเก็บสำรองไว้อีกก้อน

เผื่อกรณีฉุกเฉินที่คุณอาจหมุนเงินไม่ทัน และจำเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายรถที่เป็นก้อน เช่น ค่าประกันรถยนต์ ค่าบำรุงรถ หรือค่าซ่อมรถ (กรณีที่ไม่มีประกันรถยนต์) เป็นต้น 

 

วางแผนค่าใช้จ่ายต่อประกันรถยนต์

อีกหนึ่งเรื่องที่คนซื้อรถควรรู้ และวางแผนแต่เนิ่น ๆ คือประกันรถยนต์ แม้ไม่ใช่ภาคบังคับ แต่นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีเผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดบนท้องถนน เพราะประกันภัยรถยนต์จะช่วยคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดจากการใช้รถยนต์ ซึ่งโดยทั่วไปรถยนต์ใหม่ป้ายแดง ศูนย์รถมักแถมประกันชั้น 1 ให้ในปีแรก แต่เมื่อขึ้นปีที่ 2 ผู้ใช้รถจะต้องต่อประกันเอง

 

ควรเลือกซื้อประกันรถยนต์แบบใด อาจเริ่มพิจารณาจาก มูลค่ารถ อายุรถ หรือพฤติกรรมการขับขี่ และเทียบเบี้ยประกันที่จ่ายไหว เช่น รถใหม่ รถที่มูลค่าสูง ผู้ที่ขับขี่บ่อย เดินทางไกล จอดรถกลางแจ้ง หรือใช้เส้นทางที่มีความเสี่ยงสู ควรเลือกแผนประกันรถยนต์ที่ได้รับความคุ้มครองสูงสูงสุดอย่างประกันชั้น 1

 

ศึกษาเกี่ยวกับการต่อประกันรถยนต์เพิ่มเติมได้ที่ : เปิดเคล็ดลับดี ๆ จะต่อประกันรถยนต์เจ้าเดิมหรือเจ้าใหม่ แบบไหนดีกว่ากัน?

 

จะเห็นได้ว่าการซื้อรถยนต์สักคันหนึ่งมีค่าใช้จ่ายอีกมากมายเกินกว่าที่เราคิดไว้ในตอนแรก ดังนั้นการวางแผนทางการเงินเพื่อให้เราสามารถผ่อนสบายแบบไม่สะดุดระหว่างทาง จึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการมีประกันรถยนต์ดี ๆ ก็จะช่วยให้เราขับขี่รถยนต์สุดรักได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น

 

ชับบ์ ให้บริการประกันรถยนต์ ประกันรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Drive มอบความคุ้มครองได้ครอบคลุม พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก : Chubb Smart Drive ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

 

 

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซื้อรถ

ค่าใช้จ่ายหลัก ประกอบด้วย เงินจอง (แล้วแต่ศูนย์รถ) เงินดาวน์ ค่างวดผ่อนต่อเดือน (รวมดอกเบี้ย) ค่าจดทะเบียน (ครั้งแรก) ภาษี พ.ร.บ. ประกันรถยนต์ (รายปี) และค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน เช่น ค่าน้ำมันหรือค่าไฟ ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ และเงินสำรองฉุกเฉิน

รถต้องมี พ.ร.บ. ตามกฎหมาย ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจไม่ได้เป็นข้อบังคับทั่วไป แต่ควรพิจารณาจากมูลค่ารถ ความเสี่ยงในการใช้งาน และความสามารถในการรับค่าซ่อมหรือค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก

ไม่เหมือนกัน พ.ร.บ. เน้นความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถด้านร่างกายตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนประกันชั้น 1 เพิ่มความคุ้มครองต่อตัวรถและบุคคลภายนอกตามรายละเอียดในกรมธรรม์

รถใหม่มักพิจารณาประกันชั้น 1 เนื่องจากมีขอบเขตความคุ้มครองค่อนข้างกว้าง แต่ควรตรวจทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก เงื่อนไขซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ และข้อยกเว้นให้เหมาะกับรถและการใช้งาน

 

 

หมายเหตุ

1. ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

2. รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2/4 อาคารชับบ์ ชั้นที่ 12 โครงการนอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

3. เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

สนใจทำประกันรถยนต์ชั้น 1 Chubb Smart Drive
เพื่อประโยชน์สูงสุด และเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ใช่ตามความต้องการ ท่านสามารถตรวจสอบทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยรถยนต์กับเจ้าหน้าที่

กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
กรุณาระบุนามสกุล
กรุณาระบุชื่อ
This field is required


หลังจากท่านคลิกส่งข้อมูล ถือเป็นการยืนยันว่า:

  • ท่านอนุญาตและยินยอมให้บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอก ติดต่อท่านทางอีเมล โทรศัพท์ และ/หรือ SMS เพื่อให้บริการตอบคำถาม หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านสนใจ
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ คลิกที่นี่