โอนเงินผิดบัญชี วิธีแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต

ข้ามไปหน้าหลัก
การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

โอนเงินผิดบัญชี วิธีแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต

02/2025
โอนเงินผิดบัญชี



ปัจจุบันได้มีการใช้ช่องทางดิจิทัลที่การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องปกติ การเกิดความผิดพลาดในการโอนเงินจึงเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน การรู้วิธีรับมือและแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้มาเรียนรู้วิธีแก้ไขและป้องกันการโอนเงินผิดบัญชีกัน
 

โอนเงินผิดบัญชีเกิดจากอะไร

การโอนเงินผิดบัญชีเป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อยในยุคดิจิทัลที่การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นเรื่องปกติ การกดปุ่มเพียงครั้งเดียวก็สามารถส่งผลให้เงินหลุดมือไปยังบัญชีที่ไม่ใช่เป้าหมายได้ สาเหตุหลักมาจากความผิดพลาดในการกรอกหมายเลขบัญชี การเลือกบัญชีผิดจากรายชื่อ หรือการใช้แอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความผิดพลาดได้ง่าย เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผลกระทบที่ตามมาคือการสูญเสียเงินทุนและความยุ่งยากในการติดตามขอเงินคืน นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้บริการธนาคารออนไลน์อีกด้วย
 

โอนเงินผิดบัญชี ดึงคืนได้ไหม มีขั้นตอนอะไรบ้าง
 

1. แจ้งธนาคารทันที

เมื่อเกิดการโอนเงินผิดบัญชี สิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนแรกคือการติดต่อธนาคารทันทีที่พบว่ามีการโอนเงินผิด โดยแจ้งรายละเอียดการโอนเงิน เช่น วันที่ เวลา จำนวนเงิน และหมายเลขบัญชีปลายทาง พร้อมทั้งขอให้ธนาคารดำเนินการระงับการเบิกถอนหรือใช้จ่ายเงินจากบัญชีปลายทาง
 

2. รวบรวมหลักฐาน

การเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ หน้าจอยืนยันการทำรายการ หรือข้อความแจ้งเตือนการโอนเงิน นอกจากนี้ ควรบันทึกรายละเอียดการติดต่อกับธนาคาร รวมถึงชื่อเจ้าหน้าที่ วันเวลา และหมายเลขอ้างอิงทุกครั้งที่มีการติดต่อ
 

3. กรอกแบบฟอร์มและติดตามผล

ธนาคารอาจขอให้กรอกแบบฟอร์มแจ้งโอนเงินผิดบัญชี ซึ่งควรกรอกข้อมูลอย่างละเอียดและถูกต้อง พร้อมแนบหลักฐานการโอนเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลังจากนั้น ควรติดตามความคืบหน้าจากธนาคารเป็นระยะ โดยสอบถามถึงสถานะของการดำเนินการและระยะเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
 

4. ติดต่อผู้รับเงินปลายทาง

ในบางกรณี หากทราบข้อมูลติดต่อของผู้รับเงินปลายทาง อาจพิจารณาติดต่อโดยตรงเพื่อขอความร่วมมือในการคืนเงิน อย่างไรก็ตาม ควรดำเนินการผ่านธนาคารหรือช่องทางที่เป็นทางการเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้มีหลักฐานการดำเนินการที่ชัดเจน
 

5. ระยะเวลาในการดำเนินการ

กระบวนการขอคืนเงินอาจใช้เวลาตั้งแต่ 7-30 วันทำการ หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกรณี ในระหว่างนี้ ควรติดตามอย่างสม่ำเสมอแต่ก็ต้องมีความอดทน เนื่องจากธนาคารต้องตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบภายใน
 

6. การพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย

หากไม่สามารถได้รับเงินคืนผ่านช่องทางปกติ อาจต้องพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย โดยปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อประเมินทางเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินการทางกฎหมายด้วย
 

วิธีป้องกันการโอนเงินผิดบัญชีในอนาคต

การป้องกันการโอนเงินผิดบัญชีเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น ต่อไปนี้เป็นวิธีการที่จะช่วยการป้องกันปัญหาดังกล่าว

  1. ตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนอย่างละเอียด ก่อนทำการโอนเงิน ควรตรวจสอบหมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี และธนาคารของผู้รับให้ถูกต้องทุกครั้ง ไม่ควรเชื่อข้อมูลที่จำได้หรือข้อมูลเก่าโดยไม่ตรวจสอบซ้ำ เนื่องจากข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง

  2. ใช้ระบบพร้อมเพย์ การใช้ระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์หรือเลขประจำตัวประชาชนช่วยลดโอกาสการโอนผิดบัญชีได้ เนื่องจากระบบจะแสดงชื่อผู้รับก่อนยืนยันการโอน

  3. ใช้บริการยืนยันตัวตนผู้รับเงิน หลายธนาคารมีบริการยืนยันชื่อผู้รับเงินก่อนการโอน ควรใช้บริการนี้ทุกครั้งเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผู้รับ

  4. สร้างรายการผู้รับที่เชื่อถือได้ ในกรณีที่ต้องโอนเงินให้ผู้รับรายเดิมบ่อย ๆ ควรสร้างรายการผู้รับที่เชื่อถือได้ในแอปพลิเคชันธนาคาร แต่ก็ยังควรตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้งก่อนโอน

  5. ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับการโอนเงินจำนวนมาก สำหรับการโอนเงินจำนวนมาก ควรพิจารณาการโอนเป็นงวด ๆ หรือใช้บริการพิเศษของธนาคารที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม

  6. อัพเดทแอปพลิเคชันธนาคารเสมอ ควรอัพเดทแอปพลิเคชันธนาคารให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพื่อให้ได้รับฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ ๆ และแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจมี

  7. ระมัดระวังการโอนเงินในสถานที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมการเงินในเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะ 

  8. ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับทุกธุรกรรม เปิดการแจ้งเตือนสำหรับทุกธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและแจ้งธนาคารได้ทันทีหากพบความผิดปกติ

  9. ใช้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น เปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับการเข้าถึงบัญชีธนาคารออนไลน์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

  10. ศึกษาและทำความเข้าใจกับระบบการโอนเงิน ควรศึกษาและทำความเข้าใจกับระบบการโอนเงินและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของธนาคารที่ใช้บริการ เพื่อใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

  11. เก็บหลักฐานการโอนเงิน หลังจากทำการโอนเงิน ควรเก็บหลักฐานการโอนเงิน เช่น ใบเสร็จหรือหน้าจอยืนยันการทำรายการ ไว้เสมอเพื่อใช้อ้างอิงในกรณีที่เกิดปัญหา

  12. ใช้ความระมัดระวังกับลิงก์หรือ QR code ระมัดระวังการสแกน QR code หรือคลิกลิงก์เพื่อโอนเงิน โดยเฉพาะจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่พึงประสงค์

การปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการโอนเงินผิดบัญชีได้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น การรู้วิธีจัดการปัญหาอย่างถูกต้องและรวดเร็วก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
 

วีธีรับมือกับคนที่โอนเงินเข้าผิดบัญชี

ในกรณีที่พบว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีโดยไม่ทราบที่มาหรือเป็นจำนวนที่ผิดปกติ ผู้รับโอนควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรับผิดชอบ ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

  1. ควรตรวจสอบยอดเงินและรายการโอนในบัญชีอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่รายการที่คาดหมายไว้ เช่น เงินเดือน โบนัส หรือเงินคืนภาษี หากแน่ใจว่าเป็นการโอนเงินที่ไม่ได้คาดหมาย ขั้นตอนต่อไปคือการติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของบัญชีโดยทันที

  2. ในการติดต่อธนาคาร ควรแจ้งรายละเอียดของการโอนเงินที่ไม่ทราบที่มา และขอคำแนะนำในการดำเนินการที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญคือการบันทึกรายละเอียดการติดต่อ ได้แก่ ชื่อเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ วันและเวลาที่ติดต่อ รวมถึงหมายเลขอ้างอิงการติดต่อ (ถ้ามี) เพื่อใช้ในการติดตามผลในภายหลัง

  3. ระหว่างรอการตรวจสอบและดำเนินการจากธนาคาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการงดเว้นการใช้เงินที่ได้รับโดยไม่ทราบที่มานี้ การใช้จ่ายเงินดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง เนื่องจากอาจถือเป็นการใช้ทรัพย์สินที่ไม่ได้เป็นของตนเองโดยไม่มีสิทธิ

  4. เมื่อได้รับคำแนะนำจากธนาคาร ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้รับอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการกรอกแบบฟอร์มยินยอมคืนเงินหรือการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้อง การให้ความร่วมมือในขั้นตอนนี้จะช่วยให้กระบวนการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

การโอนเงินผิดบัญชีเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ใช้บริการทางการเงิน แต่ด้วยความรู้และการเตรียมพร้อมที่ดี ปัญหานี้สามารถแก้ไขและป้องกันได้ การรู้จักขั้นตอนการแก้ไขปัญหา ตั้งแต่การแจ้งธนาคารทันที การรวบรวมหลักฐาน ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเงินคืน นอกจากการระมัดระวังในการโอนเงิน การมีแผนการเงินที่มั่นคงก็สำคัญไม่แพ้กัน การพิจารณา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว ท้ายที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดการโอนเงินผิดบัญชี อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีทุกครั้งก่อนทำการโอนเงิน เพราะการป้องกันที่ดีย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ
 

ที่มา

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • กรมประชาสัมพัมพันธ์
     

คำถามที่พบบ่อยโอนเงินผิดบัญชี

ขั้นตอนแรกคือการติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการโอนเงินทันที แจ้งรายละเอียดการโอนเงินผิดบัญชี และขอให้ธนาคารช่วยติดต่อผู้รับเงินปลายทาง จากนั้นปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคารอย่างเคร่งครัด

ระยะเวลาในการขอคืนเงินอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละธนาคารและความซับซ้อนของกรณี โดยทั่วไปอาจใช้เวลาตั้งแต่ 7-30 วันทำการ ในบางกรณีอาจนานกว่านี้หากต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

ธนาคารสามารถดึงเงินคืนได้ในกรณีที่โอนเงินผิดบัญชี แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การติดต่อธนาคารทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ การรู้จักเจ้าของบัญชีปลายทาง หรือการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากผู้โอนเงินสามารถติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทางได้ ก็อาจขอคืนเงินได้โดยตรง แต่หากไม่สามารถติดต่อได้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการขอคืนเงินตามกฎหมาย ซึ่งอาจใช้เวลานานและไม่แน่นอน

บทความ

8 ขั้นตอนสู่ความมั่นคงทางการเงิน

ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้หมายถึงแต่ความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว แต่ความหมายจริงๆ นั่นคือ ความพอเพียงทางการเงิน ซึ่งในแต่ละคนก็มีความต้องการหรือความพอเพียงทางการเงินที่ไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆ

เงินฝากธนาคาร vs. ประกันแบบสะสมทรัพย์

ตามหลักการวางแผนทางการเงินที่ดี เราควรเก็บออมและเลือกออมในทรัพย์สินที่มีการกระจายความเสี่ยงในหลายระดับ ทั้งแบบเสี่ยงสูงแต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูง และแบบความเสี่ยงต่ำแม้จะได้ผลตอบแทนที่น้อย

เตรียมเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างไรดี

เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่งที่สามารถเริ่มเก็บเงินได้แล้ว เงินเก็บก้อนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งอันที่จริงเงินส่วนนี้ก็คือเงินที่เก็บออมเงินไว้เพื่อเป้าหมายอะไรบ้างอย่าง เช่น การซื้อบ้าน

สงวนลิขสิทธิ์ @ ชับบ์ 2022 เนื้อหาในเอกสารนี้มีขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และจะไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำใด ๆ โปรดตรวจสอบข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อยกเว้นฉบับสมบูรณ์ของนโยบายของเราเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ความคุ้มครองอาจได้รับการรับประกันโดยบริษัทชับบ์ หรือบริษัทในเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งราย สิทธิความคุ้มครองและบริการบางอย่างอาจไม่สามารถใช้ได้ในบางประเทศและบางเขตพื้นที่ ชับบ์® และประทับตราพาณิชย์ของชับบ์ Insured.SM เป็นเครื่องหมายการค้าของชับบ์ที่ได้รับการคุ้มครอง

ติดต่อเรา 

ให้ ชับบ์ ไลฟ์ ปกป้อง ดูแลคุณ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเรา เพื่อรับคําแนะนําเกี่ยวกับการปกป้อง คุ้มครองจากความเสี่ยงต่างๆ