ลูกค้า ชับบ์ ไลฟ์ อุ่นใจ เมื่อต้องเข้ารับการรักษาเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19

skip to main content

ขยายความคุ้มครองการรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ

สำหรับผู้เอาประกันภัย ชับบ์ ไลฟ์ ที่มีสัญญาเพิ่มเติมทุกประเภทที่มีผลประโยชน์การรักษาในโรงพยาบาล ท่านจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เมื่อต้องเข้าพักรักษาตัวเนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งการรักษาในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลสนาม (Field hospital) และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ที่ได้รับการรับรองว่ามีการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อสู่ภายนอกตามมาตรฐานและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุข เฉพาะการรักษาพยาบาลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 โดยเงื่อนไขความคุ้มครองจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องสินไหมได้ตามขั้นตอนตามปกติทั้งการเรียกร้องสินไหมผ่านแฟกซ์เคลม หรือการส่งเอกสารและหลักฐานไปยังบริษัทโดยตรง

ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ที่มีโรงพยาบาลต้นทางเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญาได้จากได้ที่นี่

ขยายความคุ้มครองการรักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวัน แบบ Home Isolation และ Community Isolation

ชับบ์ ไลฟ์ ขยายความคุ้มครองให้กับผู้เอาประกันภัย ครอบคลุมการรักษาการป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้าน (Home Isolation) และการดูแลด้วยระบบชุมชน (Community Isolation) สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพที่มีความคุ้มครองดังนี้*

  • สัญญาเพิ่มเติมผู้ป่วยนอก (OPD) ตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง โดยไม่เกินผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • สัญญาเพิ่มเติมผู้ป่วยใน (IPD) อนุโลมจ่ายค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก ตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง โดยไม่เกินผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • สัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน (HB) จะได้รับเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 14 วัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องรับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน โดยมีเอกสารที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยแพทย์ผู้ดูแลรักษา และมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน แต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ

*ตามหลักเกณฑ์ของคำสั่งนายทะเบียน ที่ 43/2564 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564

บริษัทฯ ขอยืนเคียงข้างและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการขยายความคุ้มครองแบบ Home Isolation และ Community Isolation

1. Home Isolation การแยกกักตัวที่บ้าน และ Community Isolation การแยกกักตัวในชุมชน คืออะไร

“Home Isolation” คือ การแยกกักตัวที่บ้าน ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แพทย์ผู้ดูแลรักษาของหน่วยบริการพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้ผู้ป่วยรายนั้นสามารถแยกกักตัวในที่พักได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยและเจ้าของสถานที่ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด 

“Community Isolation” คือ การแยกกักตัวในชุมชน ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และแพทย์ผู้ดูแลรักษาของหน่วยบริการพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้ผู้ป่วยรายนั้นสามารถแยกกักตัวในชุมชนได้ ทั้งผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรอเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือกลับมาดูแลรักษาต่อ จากโรงพยาบาลจนครบกำหนด โดยการจัดให้มีพื้นที่เอกเทศในชุมชนสำหรับแยกกักตัวผู้ติดเชื้อ โดยได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยและเจ้าของสถานที่ ในการจัดเตรียมสถานที่เพื่อได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ปัจจุบันรายชื่อศูนย์เเยกกักตัวในชุมชนมี 98 แห่ง (ข้อมูล ณ 28 สิงหาคม 2564)

2. เกณฑ์การพิจารณาผู้ป่วยโควิด 19 แบบ Home Isolation เป็นอย่างไร

  • เป็นผู้ติดเชื้อที่สบายดีหรือไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยและไม่มีโรคอื่นร่วม (Asymptomatic Cases, Mild Symptomatic)
  • มีอายุน้อยกว่า 60 ปี
  • มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
  • อยู่คนเดียวหรือที่พักอาศัยสามารถมีห้องแยกเพื่ออยู่คนเดียวได้
  • ไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึงดัชนีมวลกายมากกว่า 30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัวมากกว่า 90 กก.)
  • ไม่มีโรคร่วมดังต่อไปนี้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD stage 3, 4) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง

ที่มา : แนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolation ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 - กรมการแพทย์

  

3. เกณฑ์การประเมินระดับความรุนแรงของผู้ป่วยยืนยันว่าติดโควิด-19 มีอะไรบ้าง

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้แบ่งระดับอาการผู้ป่วยโควิด-19 ตามระดับอาการป่วย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ

สีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อการดูแลและรักษาอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  • สีเขียว คือ ผู้ป่วยอาการไม่มาก หรือไม่มีอาการ หรืออาการน้อยๆ เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ตาแดง ผื่นขึ้น ไม่มีโรคร่วม สามารถแยกกักตัว    แบบ Home Isolation หรือ Community Isolation
  • สีเหลือง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีปัจจัยเสี่ยงอาการรุนแรงหรือโรคร่วม เช่น อายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรังอื่นๆ ไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่คุมไม่ได้ ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภูมิคุ้มกันต่ำ และเม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 1,000
  • สีแดง คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เอ็กซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม ความอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96% หรือลดลงของออกซิเจนมากกว่า 3% หลังออกแรง ของค่าที่วัดได้ในครั้งแรกที่ออกแรง

4. สัญญาสุขภาพแบบไหนที่คุ้มครอง และคุ้มครองทุกช่วงอายุหรือไม่

บริษัทฯ ขยายความคุ้มครองให้แก่ผู้เอาประกันที่มีสัญญาค่ารักษาพยาบาล (HS) และค่าชดเชยรายวัน (HB) ทั้งประกันรายบุคคล (สัญญาเพิ่มเติม HS, HN, HSD, HSP, HSPPM, HSPP, HB) และประกันกลุ่ม ซึ่งคุ้มครองผู้ถือกรมธรรม์ทุกช่วงอายุโดยเป็นไปตามเงื่อนไขการรักษา แบบ Home Isolation และ Community Isolation ตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขและประกาศ คปภ.

5. เอกสารประกอบการพิจารณาสินไหม มีอะไรบ้าง

เอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมแบ่งเป็น การเบิกค่ารักษาพยาบาล และ การเบิกค่าชดเชยรายวันดังนี้

กรณีเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาล กรณีเรียกร้องสินไหมค่าชดเชยรายวัน

1. แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมทดแทนของบริษัทฯ 

2. ใบรับรองแพทย์โดยแพทย์ผู้ดูแลรักษาที่ต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

• การวินิจฉัยว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส

โคโรนา 2019 (COVID-19)

• ความเห็นให้ผู้เอาประกันภัยรักษาแบบ Home Isolation และ/หรือ Community Isolation 

3. รายงานผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทางห้องปฎิบัติการ กรณีเบิก RT-PCR และ ATK  

4. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลต้นฉบับจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ในนามของผู้ขอเอาประกันภัย (กรณีเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาล) หากเป็นค่ายา หรือวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (เวชภัณฑ์1) ที่ไม่ได้จัดหาจากโรงพยาบาลจะต้องมีใบสั่งจากแพทย์ผู้ดูแลรักษาแนบทุกครั้ง) 

1. แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมทดแทนของบริษัทฯ 

2. ใบรับรองแพทย์โดยแพทย์ผู้ดูแลรักษาที่ต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

• การวินิจฉัยว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส

โคโรนา 2019 (COVID-19)

• ความเห็นให้ผู้เอาประกันภัยรักษาแบบ Home Isolation และ/หรือ Community Isolation 

• ความเห็นให้ผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวแบบผู้ป่วยในแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ และเป็นระยะเวลานานเท่าใด

เริ่มตั้งแต่วันไหนถึงเมื่อใด

 

ช่องทางการเรียกร้องสินไหมทดแทนทางอีเมล โดยสแกนเอกสารดังนี้ เพื่อส่งมายังอีเมล claims_coronaservice@chubb.com  (ใช้เพื่อเฉพาะการรับเอกสารยื่นเรื่องการเรียกร้องสินไหมทดแทน)

  • แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมฯ ที่กรอกรายละเอียดพร้อมลงลายมือชื่อ
  • ใบรับรองแพทย์พร้อมใบเสร็จรับเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
  • ข้อมูลอีเมลของ ตัวแทน ลูกค้า (ผู้รับประโยชน์กรณีสินไหมมรณกรรม)
  • หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผ่านบัญชีที่กรอกรายละเอียด พร้อมแนบสำเนาบัญชีธนาคาร ที่ลงลายมือชื่อ
  • กรณีที่บริษัทฯ ขอต้นฉบับเอกสารหรือประวัติการรักษาเพิ่มเติม 

กรุณาส่งถึง ฝ่ายพิจารณาสินไหมทดแทน ชั้น 8 บริษัท ชับบ์ ไลฟ์ แอสชัวรันซ์ จำกัด (มหาชน)
130-132 อาคารสินธรทาวเวอร์ 1 ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

กรณีต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ศูนย์ดูแลลูกค้า โทร 1283 จันทร์ – ศุกร์  เวลา 8.30 - 17.00 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

6. ระยะเวลาในการพิจารณาสินไหม

บริษัทฯ จะพิจารณาสินไหม ภายใน 5 วันทำการ สำหรับกรณีการเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวัน ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และ ไม่มีการตรวจสอบหรือขอข้อมูลอื่นใดเพิ่มเติม โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับทราบผลการพิจารณาผ่านทางข้อความ SMS 

ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน หลังจากได้รับแจ้งผลการอนุมัติจ่ายสินไหมผ่านทางข้อความ SMS ตามช่องทางที่ได้เลือกไว้ ดังนี้

  • กรณีเลือกรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร จะได้รับเงินภายใน 3 วันทำการ หลังจากบริษัทฯ แจ้งผลการอนุมัติจ่ายสินไหม
  • กรณีเลือกรับเงินผ่านเช็คหรือดราฟท์ จะได้รับเงินภายใน 5-7 วันทำการ หลังจากบริษัทฯ แจ้งผลการอนุมัติจ่ายสินไหม

7. รายละเอียดคุ้มครองกรณีค่ารถพยาบาล เป็นอย่างไร

ความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาดังนี้

  1. กรณีผู้ป่วย Home Isolation หรือ Community Isolation มีอาการรุนแรงขึ้น ต้องใช้รถพยาบาลตามความจำเป็นทางการแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองตามผลประโยชน์ค่ารถพยาบาลที่กำหนดไว้ในแต่ละกรมธรรม์
  2. กรณีแพทย์ผู้รักษาให้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมารักษาต่อโดย Home Isolation หรือ Community Isolation ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองค่ารถพยาบาลตามความจำเป็นทางการแพทย์ ตามผลประโยชน์ค่ารถพยาบาลที่กำหนดไว้ในแต่ละกรมธรรม์

8. คุ้มครองการตรวจโควิด-19 ด้วย ANTIGEN TEST KIT (ATK) หรือไม่

บริษัทฯ จะคุ้มครองค่าตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR และ Antigen Test Kit (ATK) ตามที่แพทย์สั่งและต้องใช้ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับของสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการที่ให้การดูแล แบบ Home Isolation & Community Isolation ทั้งนี้ไม่คุ้มครองค่า Antigen Test Kit (ATK) กรณีที่ซื้อมาตรวจเอง

9. ผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่นอนรอเตียงของโรงพยาบาล โดยต่อมาเสียชีวิตที่บ้านก่อนได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล กรณีนี้สามารถเรียกร้องค่าชดเชยรายวัน (HB) ได้หรือไม่

สามารถเรียกร้องค่าชดเชยรายวัน (HB) ได้ โดยใช้เอกสารสำหรับการเรียกร้องค่าชดเชยรายวัน และต้องมีความเห็นจากแพทย์ให้ผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวแบบผู้ป่วยในแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข

10. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 รายการใดบ้างที่คุ้มครอง

รายการความคุ้มครองได้แก่ ค่ายารักษาต้านไวรัส, ยารักษาตามอาการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร ค่าเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ค่าบริการถ่ายภาพรังสีทรวงอก ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ (Antigen Test Kit / RT PCR), ค่าแพทย์ตรวจรักษา เช่น Telemedicine