insights

เคล็ดลับการผ่อนคลายเพื่อจิตใจที่ปลอดโปร่ง

ไม่ว่าจะทำงานติดต่อกันยาวนานหลายชั่วโมง หรือมีธุระที่ต้องวิ่งทำอยู่ตลอดเวลา ในบางครั้งมันก็ยากที่จะผ่อนคลายและปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกเครียด  

การรู้สึกตึงเครียดและวิตกกังวลอย่างสม่ำเสมอทำให้จิตใจไม่สงบ และไม่สามารถผ่อนจังหวะตัวเองให้ช้าลงได้ ถ้าจิตใจเต็มไปด้วยความกังวลอยู่เสมอและแทบหยุดความคิดไม่ได้ โอกาสที่ระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลของคุณจะเพิ่มสูงขึ้นนั้นมีมากทีเดียว  

สภาวะนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่างในระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะหัวใจวาย แม้มันดูเป็นเรื่องธรรมดาที่จะรู้สึกเครียดเล็กน้อยอยู่บ่อยๆ แต่การหาสมดุลที่เหมาะสม รวมทั้งการผ่อนคลายจิตใจและร่ายกายก็สำคัญในการบรรเทาความตึงเครียดและความกดดัน 

มาลองทำตามเคล็ดลับในการผ่อนคลายเหล่านี้กันไหมเพื่อจิตใจที่ปลอดโปร่ง

จดจ่ออยู่กับลมหายใจ

เมื่อใดที่คุณรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล ลองหาเวลาพักตัวเองจากสิ่งที่ทำสักครู่และจดจ่ออยู่กับลมหายใจ

สูดลมหายใจเข้าและออกลึกๆ พยายามควบคุมให้การหายใจมีความสม่ำเสมอ กุญแจคือความรู้สึกสบาย เพื่อให้ได้ผลดี ลองหาที่นั่งที่สบายหรือนอนลงบนโซฟา ยืดขาทั้งสองให้ตรง ถอดหรือปลดเสื้อผ้าส่วนที่คับแน่นเพื่อให้หายใจได้สะดวก 

จดจ่ออยู่กับการหายใจเป็นเวลาสามถึงห้านาที หรือจนกว่าคุณจะเข้าถึงภาวะสงบ

เมื่อใดที่คุณรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล ลองหาเวลาพักตัวเองจากสิ่งที่ทำสักครู่และจดจ่ออยู่กับลมหายใจ

สูดลมหายใจเข้าและออกลึกๆ พยายามควบคุมให้การหายใจมีความสม่ำเสมอ กุญแจคือความรู้สึกสบาย เพื่อให้ได้ผลดี ลองหาที่นั่งที่สบายหรือนอนลงบนโซฟา ยืดขาทั้งสองให้ตรง ถอดหรือปลดเสื้อผ้าส่วนที่คับแน่นเพื่อให้หายใจได้สะดวก 

จดจ่ออยู่กับการหายใจเป็นเวลาสามถึงห้านาที หรือจนกว่าคุณจะเข้าถึงภาวะสงบ

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีในการปลดปล่อยความเครียด ไม่ใช่แค่ทางร่างกาย แต่ยังรวมถึงจิตใจ 

การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกน้อยอย่างโยคะหรือว่ายน้ำนั้นช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และทำให้ร่างกายฟิตในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นที่ช่วยเสริมสร้างสติ เช่น หนังสือภาพระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งด้วยเช่นกัน

ฝึกพูดว่า "ไม่"

ในขณะที่คุณอาจได้รับการสอนมาให้ตอบว่า ‘ได้’ ในทุกโอกาส แต่ในบางครั้ง มันก็ไม่เป็นไรที่จะตอบว่า ‘ไม่’ บ้าง การเห็นพ้องกับแผนการและการเสนอแนะทุกอย่างที่เพื่อนฝูงและครอบครัวหยิบยื่นให้อาจทำให้คุณหมดแรง และแบกรับภาระมากจนเกินไป
 
ถ้าคุณรู้สึกว่าทำไม่ไหวและเครียด ลองบอกปฏิเสธและใช้เวลาหลังเลิกงานกับหนังดีๆ และการอาบน้ำอุ่นให้สบายจะดีกว่า

ตั้งเป้าที่ทำได้จริง

มันง่ายที่จะรู้สึกเครียดหากคุณตั้งเป้าไว้สูงเกินไป นั่นหมายความว่าถ้าทำไม่ได้ คุณอาจมองตัวเองเป็นคนล้มเหลว ซึ่งไม่ใช่มุมมองแง่บวกที่คนเราควรมี 

แทนที่จะทำเช่นนั้น ลองผ่อนหนักผ่อนเบากับตัวเองด้วยการตั้งเป้าอยู่บนความเป็นจริง ซึ่งเป็นเป้าที่ทำได้จริง พึงจดจำว่าคุณไม่จำเป็นต้องรีบ จงทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แน่นอนว่าเราต่างต้องการประสพความสำเร็จ แต่คุณอาจทำให้ตัวเองถอยหลังถ้าพยายามทำมากจนเกินไปในเวลาอันสั้น