เหตุใด SME จึงต้องการให้ประกันมีความยั่งยืน

เหตุใด SME จึงต้องการให้ประกันมีความยั่งยืน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) ทั่วภูมิภาคมีอัตราการเติบโตดีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยกิจการ SME เหล่านี้นับเป็นจำนวนถึง 96% ของบริษัททั้งหมดในประเทศสมาชิก ASEAN (ตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนา SME อาเซียน) แม้ว่าจะมีสภาวการณ์ที่ลำบากต่างๆ เช่น ความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น และตลาดแรงงานที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ยากต่อการดึงดูดคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาร่วมงานก็ตาม

ในเมื่อลักษณะการดำเนินธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจ SME ยิ่งต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากกว่าเดิม กระแสโลกาภิวัตน์ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้มีความต้องการในการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจมากขึ้น ระเบียบด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานมีความเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น และการโจมตีทางไซเบอร์กลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นตามปกติกับธุรกิจทุกขนาด การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้จาก Frost & Sullivan ที่สนับสนุนโดย Microsoft เปิดเผยให้ทราบว่าในปี 2560 ภัยต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ทำให้องค์กรต่างๆ ในสิงคโปร์เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ากว่า 17.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การศึกษานี้ยังได้รายงานอีกว่า กว่าหนึ่งส่วนสอง (53%) ขององค์กรในสิงคโปร์เคยถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือไม่แน่ใจว่าเคยเกิดปัญหาทางด้านความปลอดภัยหรือไม่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนความปลอดภัยทางไซเบอร์อาจมีมูลค่ารวมเป็นตัวเลขอันน่าตกใจซึ่งสูงถึง 1.745 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินมากกว่า 7% ของ GDP รวมของทั้งภูมิภาคที่ 24.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขความสูญเสียจะน่าตะลึงและมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นเช่นนี้ แต่ SME จำนวนมากยังมีความคุ้มครองประกันภัยไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจของตนรอดพ้นหากเกิดเหตุการณ์บังเอิญใดๆ ขึ้นมา

ความต้องการประกันภัยที่เพียงพอต่อการช่วยให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้ไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน

แล้วประกันจะส่งเสริมการเติบโตของ SME ได้อย่างไร

  • ประกันมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการลดความรุนแรงของภัยอันตราย แม้ว่า SME ส่วนใหญ่จะทำประกันไว้อยู่แล้วเช่น ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชนเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาหรือข้อกำหนดของผู้ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน แต่หลายรายก็มีกรมธรรม์ประกันที่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยค่าเสียหายให้กับบริษัทได้หากเกิดความสูญเสียทางการเงินหรือ ทรัพย์สินอื่นๆ
  • ประกันถือเป็นสิ่งสนับสนุนทางการเงินสำหรับความเสี่ยงอันซับซ้อนที่ธุรกิจต้องเผชิญ เช่น ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ความเสี่ยงด้านความลับทางการค้า ความเสี่ยงด้านการเมืองหรือกฎระเบียบต่างๆ
  • ประกันเป็นสิ่งจำเป็นต่อความยั่งยืน ธุรกิจ SME ไม่สามารถแบกรับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการหยุดชะงักหรือการปิดตัวของธุรกิจ การสูญเสียรายได้ ความล่าช้าของห่วงโซ่อุปทาน หรือความเสียหายต่ออสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียง

สำหรับ SME แล้ว ค่าเบี้ยประกันอาจดูเป็นตัวเลขที่สูงและความคุ้มครองประกันภัยมีความซับซ้อน อีกทั้งเจ้าของ SME จำนวนมากไม่มีความเข้าใจในความเสี่ยงอย่างถูกต้องเหมาะสม หรือไม่เข้าใจว่าการทำประกันที่ไม่เพียงพอต่อความจำเป็นหรือการไม่ทำประกันเลยสามารถส่งผลร้ายต่อตนได้มากมายเพียงใด ในปี 2558 ยอดค่าเรียกร้องสินไหมทดแทนที่สูงที่สุดคือ 214,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยคลินิกทางการแพทย์ที่เกิดเหตุท่อน้ำระเบิด ทำให้เกิดความเสียหายครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งธุรกิจเหล่านี้อาจไม่สามารถแบกรับผลกระทบทางการเงินได้ด้วยซ้ำหากไม่ได้ทำกรมธรรม์ประกันภัยที่เหมาะสมไว้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม?

ติดต่อเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองจากความเสี่ยงต่างๆ

Global Client Executive

Peter Kuczer
O: +61 3 96237204