skip to main content
family with kid savings their money

การออมเงินนั้นสามารถฝึกได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยอาจจะเริ่มที่วัย 2 ขวบขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่พอจะเรียนรู้ว่าของสิ่งใดห้ามนำเข้าปากแล้ว แต่หากเล็กกว่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องนั่งประกบด้วย เพราะลูกอาจเผลอเอาเหรียญเข้าปากกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เรามีวิธีบ่มเพาะนิสัยการออมเงินของเด็กในแต่ละวัยมาฝาก

วัย 2-5 ขวบ

เด็กในช่วงวัยนี้ ค่อนข้างจะติดเล่นเอาเสียมากๆ และอาจจะยังไม่เข้าใจว่าการออมเงินนั้นทำไปเพื่ออะไร และทำไมต้องออมเงิน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก เช่น มองหากระปุกออมสินที่มีลวดลายการ์ตูนหรือสีสันสดใส หรืออาจซื้ออุปกรณ์มาให้ลูกได้เพ้นท์สีเอง ลูกๆ จะได้สนุกกับการหยอดเหรียญ โดยในขณะที่ลูกหยอดเงินนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจพูดหรือปรบมือชื่นชมด้วย ครั้งต่อไปเมื่อเขาเจอเหรียญ เขาก็จะนึกถึงกระปุกออมสินของตัวเองขึ้นมาได้

วัย 6 - 12 ขวบ

ในวัยนี้เด็กจะเริ่มสร้างเงื่อนไข เริ่มอยากได้ของเล่น และอยากไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงสามารถหยิบนำเอาสิ่งที่ลูกสนใจมาเป็นตัวกระตุ้นให้รู้สึกอยากออมเงินได้ ซึ่งนอกจากจะสร้างนิสัยการออมแล้วยังได้ฝึกความอดทนไปด้วยในตัว โดยอาจเริ่มต้นพาไปดูของเล่น หรือถามว่าอยากไปไหนในวันหยุดสัปดาห์ถัดไป จากนั้นสร้างเงื่อนไขโดยการให้ลูกนำเงินที่เหลือจากการไปโรงเรียนมาหยอด พอถึงวันหยุดสัปดาห์ถัดมา ให้คุณพ่อคุณแม่เปิดกระปุกพร้อมกับลูก แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อของเล่นที่ลูกต้องการ แต่หากเงินยังไม่พอ ให้คุณพ่อคุณแม่บอกให้ไปหยอดต่อจนพอไว้สัปดาห์หน้าค่อยกลับมาซื้อใหม่ แต่หากอยากให้กำลังใจลูกในครั้งแรกก็อาจจะออกในส่วนที่เหลือให้ แต่ต้องสอนว่าครั้งหน้าเงินที่ออมไม่พอ ต้องรอจนกว่าจะพอ หรืออาจจะกระตุ้นว่าหยอดได้เท่าไหร่ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่เพิ่มให้อีกเท่าก็ได้

วัย 13 ปีขึ้นไป

ลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว มีความเข้าใจหลักการต่างๆ มากขึ้น และน่าจะอยากได้ของชิ้นใหญ่ที่มีราคาเพิ่มมากขึ้นตามตัวด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปเปิดบัญชีธนาคารของตัวลูกเอง แล้วสอนเรื่องวินัยในการออม โดยนำเงินออมที่เก็บได้ในแต่ละเดือนไปฝากไว้ที่ธนาคาร พอครบปีลูกก็สามารถถอนเงินที่เก็บไว้มาซื้อของที่ตัวเองอยากได้ ซึ่งนอกจากเงินฝากสุทธิที่ลูกเก็บหอมรอมริบด้วยตัวเองแล้ว ลูกยังจะได้เรียนรู้หลักการการฝากเงินออมทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยให้ด้วย แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบันค่อนข้างต่ำ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจให้โบนัสลูกด้วยการสบทบเงินจากยอดเงินฝากให้อีก จะให้ 10% หรือมากกว่านั้นก็ได้ตามที่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าเหมาะสม

การออมเงินนั้นเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังไว้ตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อสร้างนิสัยการใช้และจัดสรรเงินที่ดีต่อไปในอนาคต ซึ่งนอกจากการออมเงินในรูปแบบเงินฝากออมทรัพย์แล้ว เมื่อโตขึ้นอีกหน่อยคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะสอนวิธีการออมเงินประเภทอื่นๆ ที่ทำให้เงินงอกเงยขึ้นได้ ทั้งการออมเงินจากการซื้อกองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล หรือจะเป็นการออมผ่านการมีประกันชีวิตก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี เพราะนอกจากจะให้ผลตอบแทนแล้ว ยังคุ้มครองชีวิตอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง