เพื่อประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุด เราขอแนะนำให้ท่านใช้งานในเบราว์เซอร์อื่น
เนื่องจากการใช้งานผ่าน Internet Explorer อาจทำให้ท่านไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ Chubb.com และคุณลักษณะบางอย่างของเว็บอาจไม่ทำงานตามที่กำหนดไว้

X
skip to main content
คนป่วยผู้หญิงกำลังพูดคุยกับแพทย์

แม้ว่าประกันสุขภาพแบบคุ้มครองผู้ป่วยในจะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัดในโรงพยาบาล แต่ว่าอัตราค่าเบี้ยฯ ก็ไม่ใช่น้อย มีหลายคนอยากได้ความคุ้มครองสูงๆ แต่ก็เสียดายค่าเบี้ยฯ แล้วเราควรจะซื้อประกันในส่วนนี้เท่าไร ถึงจะเรียกว่าพอดีแบบไม่มากไป ไม่น้อยไป ลองดู 3 ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาดังนี้

1. ความต้องการที่แท้จริง

คนวัยทำงานส่วนใหญ่มักจะมีสวัสดิการสุขภาพอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบประกันกลุ่มคุ้มครองพนักงานทั้งบริษัทฯ หรือแบบประกันสังคม เป็นต้น สมมุติว่าบริษัทมีประกันค่าห้องให้วันละ 3,000 บาท แต่ปกติเรานอนห้องละ 4,500 บาท กรณีนี้เราไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพแบบค่าห้อง 4,000-5,000 บาทต่อวัน ควรซื้อแค่เฉพาะส่วนต่างก็พอ นั่นคือ 1,000-2,000 บาท และควรพิจารณาความคุ้มครองค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ ที่อยู่ในแบบประกัน ซึ่งปกติจะไม่ต่างกันมาก อย่างไรก็ดี หากพอมีกำลัง ขอแนะนำให้ซื้อเผื่อไว้สักหน่อย เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มที่สูงขึ้นประมาณ 7-10% ต่อปี ดังนั้นจึงควรเผื่อล่วงหน้าไว้เลยดีกว่า เพราะหากไม่พอแล้วมาซื้อเพิ่มภายหลัง แต่มีปัญหาสุขภาพแย่ลง มีโรคประจำตัว หรือมีโรคร้ายแรง คุณอาจถูกคิดเบี้ยฯ เพิ่ม หรือไม่มีการคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงโรคนั้นๆ

2. ความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วย

สำหรับปัจจัยความเสี่ยงในเรื่องนี้เอายุนั้นสำคัญ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย รวมทั้งการพิจารณาถึงประวัติการเกิดโรคร้ายแรงของคนในครอบครัวที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม  และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผ่านมาว่าเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือไม่ เช่นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย การพักผ่อน ความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ฯลฯ ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็ควรเลือกซื้อความคุ้มครองสุขภาพไว้ก่อนที่จะเจ็บป่วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น โดยให้คิดเสียว่าทยอยจ่ายค่าเบี้ยไว้ก่อน ดีกว่าจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลเป็นก้อนโต ซึ่งถึงวันนั้นคุณอาจจะจ่ายไม่ไหว หรืออาจส่งผลกระทบกับเงินออมสำหรับแผนอนาคตของตัวเองและคนที่เรารักได้ 

3. ความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่หลายๆ คนที่ต้องการซื้อแบบประกันสุขภาพนี้ โดยเราควรประเมินรายได้กับรายจ่ายให้เหมาะสม เพื่อที่จะทราบกำลังซื้อของเรา ซึ่งเบี้ยประกันฯ ควรอยู่ที่ประมาณ 10% ของรายได้ต่อปี หากค่าเบี้ยฯ สูงกว่าที่เราจ่ายไหว เราสามารถปรับลดความคุ้มครองในส่วนนี้ลงได้ และซื้อ “ประกันสุขภาพแบบชดเชยรายได้” ควบคู่ไปด้วย ซึ่งอัตราค่าเบี้ยฯ ถูกกว่าและจะชดเชยเงินรายวันให้เราเมื่อต้องมีการรักษาตัวในโรงพยาบาล แม้ว่าความคุ้มครองจะไม่เหมือนกัน แต่ก็พอจะช่วยให้ประหยัดได้ นอกเหนือจากนี้  เราสามารถเลือกชำระเบี้ยฯ เป็นแบบรายเดือน ราย 3 เดือน หรือรายปีก็ได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง