เพื่อประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุด เราขอแนะนำให้ท่านใช้งานในเบราว์เซอร์อื่น
เนื่องจากการใช้งานผ่าน Internet Explorer อาจทำให้ท่านไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ Chubb.com และคุณลักษณะบางอย่างของเว็บอาจไม่ทำงานตามที่กำหนดไว้

X
skip to main content
คู่แต่งงานจับมือกัน

ที่จริงแล้วการวางแผนการเงินนั้นสำคัญกับทุกช่วงเวลาและทุกวัยของชีวิต สำหรับการเก็บออมและวางแผนยิ่งเริ่มก่อนยิ่งได้เปรียบ ก่อนหน้านั้นหลายคนอาจเก็บออมอยู่ฝ่ายเดียว แต่พอแต่งงาน ต้องมาเก็บออมร่วมกันสองคน จากกระเป๋าเดียวเปลี่ยนเป็นกระเป๋าสองใบผูกรวมกันซึ่งอาจทำให้หลายคู่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งอาจจะต้องเก็บเผื่อ “เจ้าตัวน้อย” ในอนาคตอีกด้วย เพื่อช่วยให้การวางแผนการเงินการสำหรับคู่แต่งงานใหม่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราขอแนะนำ 4 ขั้นตอนวางแผนการเงิน ที่เริ่มได้ง่ายๆ ดังนี้ 

1. วางแผนชีวิตร่วมกัน

อันนี้สำคัญที่สุดที่คู่แต่งงานต้องพูดคุยและวาดอนาคตครอบครัวร่วมกัน เพราะจะได้เดินไปยังเป้าหมายเดียวกัน อาทิ วางแผนจะซื้อบ้านใหม่ วางแผนมีลูก วางแผนการศึกษาของลูก หรือค่าใช้จ่ายในส่วนที่จะต้องเลี้ยงดูลูก เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้า และกำหนดแผนการออมเงินไว้

2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การบันทึกทั้งรายได้และรายจ่ายเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นและแยกแยะได้ง่ายว่ารายได้มาจากไหน และเสียเงินไปกับเรื่องใดมากที่สุด เพื่อที่จะนำมาพูดคุยหาความเห็นพ้องต้องกัน เช่น หากเห็นว่าเสียเงินกับข้าวเย็นนอกบ้านมากเกินไป ก็จะได้ตกลงกันให้ใช้จ่ายส่วนนี้น้อยลงเพื่อจะได้นำเงินที่ประหยัดได้ไปออมเงินเพื่ออนาคต เป็นต้น

3. พูดคุยกันและให้อิสระให้การใช้เงิน

เพราะความชอบของคนสองคนอาจจะไม่เหมือนกัน ของที่อีกฝ่ายชอบซื้ออาจจะดูไม่จำเป็นต่ออีกฝ่ายเลย รูปแบบการจับจ่ายของผู้หญิง หรือผู้ชายย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้น ควรเคารพและให้อิสระในการใช้เงินของแต่ละฝ่าย ซึ่งตรงนี้อาจมีการพูดคุยตกลงกันว่าแต่ละคนสามารถใช้เงินได้เท่านี้ ไม่ควรใช้เยอะเกินเหตุ และไม่ควรใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยจนเกินไป ส่วนใครจะจัดสรรเอาไปซื้ออะไรก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละฝ่าย

4. ตั้งงบกองกลาง

มีหลายคู่ที่เวลาออกไปข้างนอก หรือใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ซื้อของกินของใช้ มักจะต้องมานั่งเลือกว่าให้ใครเป็นคนจ่าย คราวนี้ตาฉัน คราวหน้าตาเธอ ซึ่งบางทีก็อาจลืมๆ กันไป จนทำให้มีใครต้องจ่ายมากกว่านั้นอาจจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อความสบายใจจึงควรที่จะมีการตั้งงบเงินกองกลางไว้สมทบกันเป็นรายเดือน เพื่อเวลาใช้จ่ายร่วมกันก็นำเงินส่วนนี้ไปใช้ จะได้สบายใจไม่ต้องรู้สึกว่าใครจ่ายเยอะหรือจ่ายน้อยกว่า

สำหรับการวางแผนการเงินที่กล่าวข้างต้นนั้น นอกจากจะทำให้หลายคู่แต่งงาน ‘รู้ใช้ รู้ออม’ แล้วหลายคู่ควรต้อง ‘รู้ลงทุน’ เพื่อทำให้เงินออมงอกเงย ซึ่งปัจจุบันนี้มีเครื่องมือทางการเงินที่สามารถทำให้เงินงอกเงยมากมาย ดังนั้น คู่แต่งงานควรศึกษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เงินออมของคุณงอกเงย แต่ที่สำคัญและลืมไม่ได้เลยคือการเลือกทำประกันชีวิตเพื่อไม่ให้เงินออมหรือเงินลงทุนที่เก็บไว้ต้องถูกดึงมาใช้ หรือประกันสุขภาพที่ช่วยให้แผนอนาคตไม่สะดุดเมื่อเจ็บป่วย รักษาตัวในโรงพยาบาล หรือบาดเจ็บจนทำงานไม่ได้ รวมถึงการทำประกันชีวิตนั้นยังสามารถดูแลชีวิตอีกฝ่ายได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น