เพื่อประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุด เราขอแนะนำให้ท่านใช้งานในเบราว์เซอร์อื่น
เนื่องจากการใช้งานผ่าน Internet Explorer อาจทำให้ท่านไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ Chubb.com และคุณลักษณะบางอย่างของเว็บอาจไม่ทำงานตามที่กำหนดไว้

X
ข้ามไปหน้าหลัก

5 สิ่งที่คุณควรทราบ

1. การสะสมงานศิลปะมีความเสี่ยงที่แตกต่างจากสินทรัพย์ด้านการเงินประเภทอื่น

เนื่องจากงานศิลปะถือเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ คุณจึงต้องเผชิญความเสี่ยงด้านความเสียหายที่เกี่ยวข้องจากอุบัติเหตุ อาทิ การแตกหัก รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อผ่านไประยะเวลาผ่านไป (เช่น การเสื่อมสภาพตามเวลา) คุณสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการดูแลรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของนักสะสมอยู่ เช่น ความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างที่งานศิลปะของคุณอยู่ในความดูแลของบุคคลอื่น และความผันผวนของมูลค่าทางการตลาด สิ่งที่ทำให้ศิลปะเป็นสินทรัพย์ที่ต่างจากสินทรัพย์ประเภทอื่นๆคือเมื่องานศิลปะเกิดการสูญหาย เสียหาย หรือถูกลักขโมย งานศิลปะดังกล่าวไม่สามารถถูกแทนที่ได้เนื่องจากงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ประกันภัยที่มีความคุ้มครองเพียงพอจะช่วยให้เราป้องกันการสูญเสียจากมูลค่าการลงทุนในครั้งนี้ได้

2. ประกันภัยเป็นยิ่งกว่าแค่การจ่ายเงิน

หลายปีมานี้ งานศิลปะเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น กระแสงานสะสมก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน การทำประกันภัยจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลงทุนด้านศิลปะ ตั้งแต่การให้คำแนะนำ และการป้องกันความเสี่ยง ตลอดจนการสร้างความตระหนักในด้านการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และการบูรณะฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

มีเรื่องเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีภาพวาด เรอแรฟ ( Le Rêve) ผลงานของปาโบล ปิกัสโซ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกายภาพของงานศิลปะ สตีฟ วินน์ นักสะสมผู้ครองบ่อนคาสิโน ได้ทำสัญญาขายภาพวาด Le Rêve ของปิกัสโซให้แก่นักสะสมงานศิลปะรายหนึ่ง

มีอยู่วันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังโชว์ภาพวาดดังกล่าวให้แก่เพื่อน ๆ ของเขา ข้อศอกของเขาดันไปเจาะภาพวาดจนเกิดเป็นรอยฉีกยาวเกือบสองนิ้ว จากนั้นสัญญาการขายของเขาก็ได้ถูกยกเลิก แต่โชคยังดีที่ภาพวาดดังกล่าวมีประกัน จึงสามารถนำกลับมาซ่อมแซม จนถูกนำออกมาจัดแสดงในปี 2008 ที่อะควาเวลลา แกลเลอรี่ ในนครนิวยอร์ก และในปี 2009 ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย จนท้ายที่สุด หลายปีถัดมาก็ถูกขายให้แก่นักสะสมรายหนึ่งในราคามากกว่าหลายล้านดอลลาร์ เหตุการณ์แบบนี้ไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นบทบาทของประกันภัยจึงมีความสำคัญในการจัดการด้านการเงินเพื่อซ่อมแซมงานศิลปะ

ดูรายละเอียดของขั้นตอนการคุ้มครองงานศิลปะของคุณได้แล้วที่นี่

3. การเปรียบเทียบระหว่างประกันภัยศิลปะและประกันภัยรูปแบบอื่น

ประกันภัยส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในเรื่องทั่วไป อาทิความเสี่ยงจากอัคคีภัย จากการโจรกรรม และความเสียหายจากน้ำ แต่กรมธรรม์ของประกันภัยงานศิลปะนั้นครอบคลุมยิ่งกว่า โดยจะครอบคลุมตั้งแต่มูลค่าทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นของผลงานศิลปะ หรือครอบคลุมผลงานศิลปะที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่ การขนส่งระหว่างประเทศ ไปจนถึงเรื่องกรรมสิทธิ์ และยังมีความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย

การค้นหาข้อจำกัดความคุ้มครองของกรมธรรม์ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะกรมธรรม์โดยทั่วไปจะไม่ครอบคลุมความเสียหายเพียงเล็กน้อยจากการเสื่อมสภาพของงานศิลปะ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสโดนแสง ความร้อน และความชื้น ส่งผลให้สีของงานศิลปะนั้นซีดลง หรือส่งผลให้เกิดการขูด ลอก หรือวัสดุบางตัวที่เป็นองค์ประกอบในชิ้นงานศิลปะเกิดการเสื่อมสภาพได้ มีเคล็ดลับมากมายที่จะช่วยลดความเสียหายเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องงานศิลปะจากแสงแดด โดยติดมู่ลี่บริเวณหน้าต่าง หรือเปลี่ยนมาใช้กระจกที่มีคุณสมบัติทนแสงแดดและความร้อนได้ดีแทน

การเสื่อมสถาพของชิ้นงานศิลปะนั้นไม่ครอบคลุมอยู่ในกรรมธรรม์ เนื่องจากไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนของความเสียหายได้ ในทางตรงกันข้ามอันตรายในรูปแบบอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เช่น อุบัติเหตุ อัคคีภัย การโจรกรรม และความเสียหายจากน้ำ สามารถประเมินเหตุการณ์ และแก้ไขได้อย่างทันท่วงที จึงง่ายที่บริษัทประกันภัยจะรับประกัน

กรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อนักสะสม ตัวแทนการขายงานศิลปะ และพิพิธภัณฑ์รายปีโดยเฉพาะ จะต้องระบุเบี้ยประกัน เงื่อนไข และข้อยกเว้น งานจัดแสดงศิลปะควรมีเงื่อนไขกรมธรรม์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละงาน เพื่อให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาการจัดแสดง และการขนส่ง

4. เลือกพาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้

การประกันงานศิลปะและทรัพสินย์มีค่าจะต้องมีความเข้าใจในตลาด และสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการประเมินและการอนุรักษ์ บริษัทขนส่ง และโกดังจัดเก็บงานศิลปะ

การเลือกบริษัทประกันภัยที่มีประสบการณ์ไม่เพียงแต่ เป็นผู้มีความชำนาญด้านงานศิลปะ ของสะสม และวัตถุโบราณ หรือชิ้นงานอื่น ๆ ที่คล้ายกันเท่านั้น แต่ควรเลือกบริษัทประกันภัยที่ให้คำแนะนำใน
การจัดการความเสียหายได้อีกด้วย ความชำนาญด้านการจัดการเรียกร้องสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยจะบ่งชี้ได้ถึงความเชี่ยวชาญในการเป็นที่ปรึกษาด้านการประเมินมูลค่างานศิลปะ และยังสามารถแนะนำผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลปะประเภทต่าง ๆ รวมถึงแนะนำผู้ซ่อมบำรุงงานศิลปะที่เสียหายได้ เพราะเรารู้ว่าการเป็นนักสะสมงานศิลปะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเสียทั้งเงินและเวลา และต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเฟ้นหาชิ้นงานมาประดับเพื่อขยายคอลเล็กชั่น การลงทุนกับแพ็กเกจประกันภัยแบบพิเศษที่ใช่จึงถือเป็นเรื่องดี ที่จะทั้งตอบสนองความต้องการ และให้ความช่วยเหลือด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุข้อตกลงที่สมเหตุสมผล ในกรณีที่เกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการคุ้มครองคอลเล็กชั่นงานศิลปะของคุณ กรุณาคลิกเพื่อกรอกข้อมูลการติดต่อของคุณ ที่ปุ่มติดต่อฉัน ด้านล่าง แล้วตัวแทนของเราจะดูแลคุณเอง

@2022 ชับบ์. เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น คำแนะนำใด ๆ ในบทความนี้เป็นเพียงเรื่องทั่วไปและไม่พิจารณาถึงวัตถุประสงค์จำเพาะ สถานภาพและความต้องการทางการเงิน รวมถึงข้อกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ในเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษาเงื่อนไข ข้อกำหนด รวมถึงข้อยกเว้นต่าง ๆ ของนโยบายบริษัทฉบับเต็มประกอบการพิจารณา กรมธรรม์อาจคุ้มครองโดยบริษัทชับบ์หรือบริษัทในเครืออย่างน้อยหนึ่งราย ความคุ้มครองและบริการบางประเภทอาจไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่และทุกประเทศ ชับบ์® โลโก้ของชับบ์ และชับบ์ Insured.SM ได้รับการคุ้มครองให้เป็นเครื่องหมายทางการค้าของชับบ์ เผยแพร่เมื่อ 07/2022

บทความ

ให้ชับบ์ปกป้องดูแลคุณ

หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองจากความเสี่ยงต่างๆ