เพื่อประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุด เราขอแนะนำให้ท่านใช้งานในเบราว์เซอร์อื่น
เนื่องจากการใช้งานผ่าน Internet Explorer อาจทำให้ท่านไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ Chubb.com และคุณลักษณะบางอย่างของเว็บอาจไม่ทำงานตามที่กำหนดไว้

X
skip to main content

ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องหมายถึงความร่ำรวย แต่คือความพอเพียงทางการเงิน ซึ่งแต่ละคนก็ต้องการไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆ การมีความมั่นคงทางการเงินทำให้เราหมดห่วงเรื่องภาระค่าใช้จ่าย เบาใจได้ว่าจะมีเงินเหลือพอสำหรับใช้จ่ายในอนาคตและในสถานการณ์ฉุกเฉิน การมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และ 7 ขั้นตอนสู่ความมั่นคงทางการเงินนั้น ได้แก่

1. เริ่มจาการลงทุนในตัวเอง

ทั้งการศึกษาหาความรู้ ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการทำงานและใช้ชีวิต ส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าในอาชีพ รวมถึงความรู้ทางด้านการวางแผนการเงิน ไปจนถึงเรื่องสุขภาพร่างกายก็ต้องรักษาให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ  เพราะสิ่งเหล่านี้หมายถึงโอกาสในการหารายได้ต่อไป

2. สร้างรายได้จากสิ่งที่ชอบ

การได้ทำอาชีพหรือหารายได้จากสิ่งที่ตัวเองชอบ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเรามีแนวโน้มที่จะมีความสุขมากกว่า อยู่กับสิ่งที่ชอบได้นานกว่า รวมทั้งมีความสนใจที่จะหาความรู้เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ได้ไม่ยากด้วย

3. กำหนดงบค่าใช้จ่ายและเงินออม

แต่ละเดือนควรบันทึกว่าเราใช้จ่ายไปมากน้อยเท่าไรกับเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าเราใช้จ่ายที่มีสมเหตุสมผลหรือไม่ และวางแผนการเงินต่อไปได้ไม่ยาก สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเช่าบ้านหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ค่าอาหาร และค่าผ่อนรถหรือค่าเดินทาง ควรควบคุมให้ไม่เกิน 50% ของรายได้ต่อเดือน ในส่วนเงินออมเพื่ออนาคตและงบฉุกเฉิน ควรตั้งไว้ที่ 10-20% ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่เกิน 30% ต่อเดือน

4. ใช้สอยอย่างประหยัด

เมื่อเราทำงานได้สักพัก โอกาสในการสร้างรายได้ก็มีมากขึ้น แต่เมี่อรายได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเราควรสร้างหนี้กับของใช้ฟุ่มเฟือยมากขึ้น หรือใช้ชีวิตที่หรูหราจนเกินพอดี กล่าวคือใช้ได้แต่ให้เหลือเงินที่ควรนำมาออมเพิ่มและลงทุนเพิ่มเพื่อให้งอกเงยขึ้น เพราะจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินได้เร็วขึ้น

5. ตั้งงบฉุกเฉิน

ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเป็นงบฉุกเฉินที่เอามาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ จะช่วยให้ลดความกังวลไปได้มากและช่วยให้เรามีเวลาคิดและจัดการชีวิตต่อไปได้ จำนวนเงินที่ควรตั้งเป็นงบฉุกเฉิน ควรมีอย่างน้อยสำหรับอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานประมาณ 6-12 เดือน รวมทั้งประกันสุขภาพและอุบัติเหตุก็ต้องทำไว้ หากเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจะได้ไม่กระทบกับเงินที่เราเก็บไว้ใช้ในอนาคตและไม่เป็นภาระกับคนใกล้ชิด

6. เคลียร์หนี้สิน

หนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และคิดดอกเบี้ยสูง เช่น เงินกู้ยืมส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต ควรรีบชำระให้หมด และพยายามอย่าสร้างหนี้สินประเภทนี้อีก ควรใช้จ่ายภายในงบประมาณที่กำหนดในแต่ละเดือน โดยหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเงินออมออกก่อน เพราะหากไม่รักษาวินัยทางการเงินให้ดี การสร้างความมั่นคงทางการเงินคงเป็นไปได้ยาก

7. วางแผนเกษียณ

หลายคนคิดว่าทำไมต้องรีบเตรียมเงินสำหรับไว้ใช้ในวัยเกษียณ เพราะมันอีกตั้งยาวไกล จริงๆ แล้วการเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ จะทำให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้เร็วกว่าคนอื่น เพราะเงินที่สะสมได้จากการออมและลงทุน ได้ดอกผลมาก็นำลงทุนเพิ่ม เงินก้อนเล็กก็จะค่อยๆ กลายเป็นเงินก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนที่ทำงานประจำ หลายบริษัทจะให้สิทธิพนักงานเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อเอาไปใช้ในยามเกษียณ ขอให้เราออมในสัดส่วนที่สูงสุดเท่ากับสัดส่วนที่บริษัทจะสมทบให้ เพราะหากเราออมน้อย เท่ากับเราเสียโอกาสไปฟรีๆ หากย้ายบริษัท ก็ให้โอนไปบริษัทใหม่และสะสมต่อไป ไม่ควรนำออกมาใช้ก่อนกำหนด นอกจากนี้ ยังมีประกันชีวิตแบบบำนาญที่เป็นเครื่องมือช่วยออมที่ให้ผลประโยชน์แน่นอนเมื่อเกษียณ ทั้งนี้ ประกันชีวิตประเภทนี้ยังให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีรายได้ส่วนบุคคลตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง