5 กุญแจสำคัญเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจด้วยกลุ่มคนที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม และสถานที่ที่เหมาะสม

5 กุญแจสำคัญเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเติบโตด้วยอัตราที่รวดเร็วในอุตสาหกรรมที่การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ การว่าจ้างและฝึกอบรมบุคคลที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม และสถานที่ที่เหมาะสมจึงถือเป็นสิ่งจำเป็น.

แต่ก่อนนี้ การบริหารจัดการคนทำงานเป็นเรื่องของความมีประสิทธิภาพและผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุด แต่ปัจจัยอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเฟื่องฟูของสื่อดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัล โมเดลธุรกิจใหม่ๆ พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อวิธีการดำเนินธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก.

เราจึงจำเป็นต้องว่าจ้างพนักงานที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นคนที่รู้ว่าต้องดำเนินบทบาทหน้าที่ของตนอย่างไรและมีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือกับความต้องการที่หลากหลายในตลาดประกันภัยและองค์กรที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว.

ผมได้เห็นการพัฒนาในด้านนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งและพยายามเลือกสรรกลุ่มคนที่เหมาะสมที่สุดอยู่เสมอ ผมคอยตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าทีมงานของผมหลีกเลี่ยงภาวะซบเซาได้เป็นอย่างดีและองค์กรโดยรวมยังมีความสามารถในการแข่งขันอยู่เสมอ โดยกำหนดทักษะสำคัญที่จะส่งผลในเชิงบวกต่อประสิทธิภาพของธุรกิจและสร้างเสริมทักษะเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อปลดล็อกศักยภาพของคนทำงาน.

หากเราต้องการสร้างความมั่นใจว่าพนักงานมีทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อความสำเร็จของธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจมีด้วยกัน 5 ด้าน ดังนี้:

  1. ตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนโดยรวมของพนักงาน
    ทำความเข้าใจฐานพนักงานที่คุณมีอยู่ในปัจจุบัน เพราะทักษะแต่ละชนิด ทักษะโดยรวมและความรู้ที่มีจะส่งผลต่อประสิทธิภาพทั้งของทีมและของธุรกิจ นำตัวเลขยอดขาย ข้อมูลผลประกอบการ การบริหารจัดการคุณภาพ และจำนวนปีที่ทำงานมาวิเคราะห์และให้คะแนนประเมินประสิทธิภาพ
  2. เป้าหมายของคุณคืออะไร
    เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของทีมและขององค์กรได้แก่อะไรบ้าง การตรวจสอบว่าทั้งคุณและทีมของคุณเข้าใจเป้าหมายอย่างแท้จริงจะช่วยให้เกิดการผลักดันและควบคุมจัดการประสิทธิภาพ วิเคราะห์วิทยาจะทำให้คุณสามารถกำหนดปัจจัยที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังและตรวจหาส่วนที่ยังไม่ได้มาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. สร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่คุณมีและสิ่งที่คุณต้องการ
    ทำความเข้าใจสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างทักษะของพนักงานกับความรู้และผลลัพธ์ทางธุรกิจขั้นสูงสุด แล้วนำข้อมูลนี้ไปเปรียบเทียบกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร จากนั้นจึงระบุช่องโหว่ที่มีและเลือกใช้มาตรวัดประสิทธิภาพที่เหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์เหล่านี้
  4. ค้นหาและอุดช่องโหว่
    เปรียบเทียบพนักงานแต่ละคนด้วยวิเคราะห์วิทยาที่มีประสิทธิภาพ ค้นหาช่องโหว่ด้านทักษะและดึงแนวโน้มความสามารถและพัฒนาการด้านวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องออกมา การทำความเข้าใจผลลัพธ์จะช่วยให้สามารถกำหนดได้ว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาในด้านใด การโค้ชแบบเจาะจงสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดียิ่งกว่าการจัดฝึกอบรมที่จำกัดขอบเขตของพนักงาน หากคุณต้องการพนักงานใหม่สักคน ให้ว่าจ้างผู้สมัครที่มีชุดทักษะเหมาะสมต่อการอุดช่องโหว่ต่างๆ
  5. วิเคราะห์และขัดเกลา
    ทำการวัดค่าและวิเคราะห์ระยะยาวเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถดำเนินงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีจุดหมายและยังคงประสิทธิภาพในเชิงบวก โดยธุรกิจต่างๆ สามารถลงทุนในด้านที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบการพัฒนาที่มีการวัดค่า ให้ความสนใจ และได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งแทนการลงทุนในแง่ที่คิดว่าจำเป็น

การสร้างประสิทธิภาพและการว่าจ้างให้เกิดผลขั้นสูงสุดควรเป็นสิ่งที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มิใช่ทำเพียงชั่วครั้งคราวเท่านั้น เมื่อแต่ละบุคคลมีการปรับปรุงพัฒนา ผลประกอบการขององค์กรก็จะพัฒนาไปด้วยเช่นกัน.

หากเราเชื่อว่าพนักงานของเราเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจ เราก็ต้องสร้างความมั่นใจว่าทุกคนในองค์กรเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม อยู่ในเวลาที่เหมาะสม และสถานที่ที่เหมาะสม.

Glen Browne

เขียนโดยเกลน บราวน์

เกลนดำรงตำแหน่งรองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประธานฝ่ายประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขามีประสบการณ์กว่า 25 ปีในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่ง และยังมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลผลกำไรและขาดทุนโดยรวม รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนาธุรกิจประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ และประกันการเดินทางในภูมิภาคนี้อีกด้วย

ติดต่อเกลน บราวน์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ให้ชับบ์ปกป้องดูแลคุณ

โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองจากความเสี่ยงต่างๆ